/ระบบรู้จำใบหน้าข้ามวัย

ระบบรู้จำใบหน้าข้ามวัย

เจ๋ง! “ระบบรู้จำใบหน้าข้ามวัย” ช่วยตามหาเด็กหาย กรณีลักพาตัวเด็กลดฮวบ
เผยแพร่: 4 มิ.ย. 2562 17:06 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ไชน่า เดลี่–หน่วยตำรวจจีนกำลังผลักดันโครงการเทคโนโลยีรู้จำใบหน้า (facial recognition) ทั่วประเทศ เพื่อช่วยการติดตามเด็กๆที่ถูกลักพาตัวกลับสู่อ้อมอกพ่อแม่ เจ้าหน้าที่อาวุโสกระทรวงพิทักษ์สันติราษฎร์ กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

บริษัทจีน เทนเซนต์ โหยวถู (Tencent Youtu) ได้พัฒนาเทคโนโลยีทางภาพ (imaging technology) ซึ่งมีพื้นฐานจากปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ เทคโนโลยีทางภาพนี้สามารถวาดภาพใบหน้าคนวัยผู้ใหญ่ของบุคคลที่หายสาบสูญไปโดยใช้ภาพวัยเด็กของบุคคลที่หายสาบสูญ เฉิน สือชีว์ รองผู้อำนวยการหน่วยไต่สวนอาชญากรรมบอกกับสื่อจีนไชน่า เดลี่ระหว่างให้สัมภาษณ์

“แม้เด็กถูกลักพาตัวไปนานหลายปีแล้ว และใบหน้าวัยผู้ใหญ่ของพวกเขาเปลี่ยนแปลงไปมากจากวัยเด็ก เทคโนโลยีรู้จำใบหน้าข้ามวัย (cross-age facial recognition) นี้ก็สามารถจับคู่ได้ โดยมีความแม่นยำ 96 เปอร์เซนต์ ” เฉิน กล่าว

ในโครงการนำร่องเพื่อทดสอบเทคโนโลยีนี้ ตำรวจในมณฑลฝูเจี้ยนได้เปิดแพลตฟอร์มออนไลน์ขึ้นในปี 2017 เพื่อติดตามคนหาย ในครึ่งปีแรกของปีนั้นระบบได้ช่วยระบุบุคคลมากกว่า 500 คน

ในเดือนที่ผ่านมา ตำรวจในมณฑลเสฉวนได้ใช้เทคโนโลยีรู้จำใบหน้า ช่วยเหลือ เด็กชายกุย เฮ่า วัย 13 ปี กลับสู่อ้อมอกพ่อแม่ได้

“เวลาผ่านไปนานสิบปี เทคโนโลยีเอไอ สามารถใช้ภาพของเด็กชายกุยวัย 3 ขวบ สร้างภาพใบหน้าของเขาในปัจจุบัน(อายุ 13 ปี)” เฉิน กล่าว

กุย ถูกแก๊งลักพาตัว จับตัวไปเมื่อปี 2009 ขณะที่เขาเล่นอยู่นอกบ้าน เด็กถูกขายให้กับครอบครัวในมณฑลกว่างตง

กุยเป็นหนึ่งในกลุ่มเด็ก 13 คน ที่ถูกลักพาตัวระหว่าง 2006-2014 โดยแก๊งของนายหวัง เฮ่าเหวิน

ต่อมา หวัง เฮ่าเหวิน ถูกตำรวจจับกุมตัวเมื่อปี 2014 แต่ยังไม่สามารถติดตามเด็กกลับมาได้เนื่องจากใบหน้าพวกเขาเปลี่ยนแปลงไปมากจากเมื่อตอนวัยเด็ก

“หน้าตาเด็กๆที่ถูกลักพาตัวเปลี่ยนแปลงมาก เราจึงหันมาพึ่งเทคโนโลยีเอไอ โดยเปรียบเทียบภาพเอไอกับภาพในฐานข้อมูลของตำรวจ ทำให้เราสามารถตีวงแคบในการค้นหาตัวเด็กที่หายไป และระบุเป้าหมายได้อย่างแม่นยำมากขึ้น” เจียง เซี่ยวหลิน เจ้าหน้าที่สำนักงานพิทักษ์สันติราษฎร์ในเสฉวน กล่าว

จากนั้นตำรวจนำตัวอย่างเลือดของเด็กๆ และเทียบกับดีเอ็นเอของกลุ่มคนผู้ที่น่าจะเป็นพ่อแม่ของพวกเขา จนถึงขณะนี้ตำรวจได้พบเด็ก 10 คนจากกลุ่มเด็ก 13 คน ที่ถูกแก๊งนายหวังลักพาตัว ในจำนวนเด็กที่ตามกลับมาได้นี้ 7 คนพบตัวเพราะอานิสงส์ของเทคโนโลยีเอไอ

เฉิน กล่าวว่าเทคโนโลยีนี้จะถูกนำไปใช้ในหน่วยตำรวจทั่วประเทศเมื่อตำรวจสั่งสมประสบการณ์การใช้เทคโนโลยีดังกล่าวได้มากกว่านี้

ข้อมูลของกระทรวงพิทักษ์สันติราษฎร์ จากวันที่ 6 พ.ค.-เดือนพ.ค.ปีนี้ (2019) เด็กที่ถูกลักพาตัวมีจำนวน 57 คน ซึ่งถือว่าลดจำนวนลงอย่างมากจากช่วงทศวรรษที่ 1990 ในสมัยนั้นกรณีลักพาตัวเด็กมีเป็นร้อยๆกรณีในแต่ละปี

เมิ่ง ชิงเทียน เจ้าหน้าที่อาวุโสประจำหน่วยต่อต้านการลักลอบฯ เผยว่าการที่กรณี

เด็กถูกลักพาตัวลดลงอย่างรวดเร็วเช่นนี้เป็นเพราะมีระบบกลไกตอบสนองที่ฉับไว ได้แก่ ระบบสัญญาณเตือนที่มีชื่อว่า “ถวนหยวน” (Tuanyuan) (ซึ่งมีความหมายว่าการกลับคืนสู่ครอบครัว) จัดตั้งขึ้นเมื่อเดือน พ.ค. 2016

เมิ่ง กล่าวว่าระบบนี้พัฒนาขึ้นโดยบริษัท อาลีบาบา สามารถรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเด็กหายได้อย่างว่องไว พร้อมกับระดมความร่วมมือช่วยเหลือจากสาธารณะเพื่อตามหาเด็กหาย

ถวนหยวน เชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มสื่อ 25 ราย และแอปโทรศัพท์มือถือ รวมทั้ง บริการเรียกรถแท็กซี่ ตีตี (Didi), เอแมป (Amap), ไป่ตู้ (Baidu), เถาเป่า (Taobao), และ เทนเซนต์คิวคิว (TencentQQ) ผู้มีแพลตฟอร์มเหล่านี้จะได้รับสัญญาณเตือนเกี่ยวกับเด็กหาย

จากข้อมูล ณ วันที่ 15 พ.ค. ระบบถวนหยวนได้แชร์ข้อมูลเกี่ยวกับเด็กหาย 3,978 ชิ้น รวมทั้งกลุ่มที่ถูกลักพาตัว 57 คน และ 3,901 หรือ 98 เปอร์เซ็นต์ ถูกตามตัวพบอย่างรวดเร็วและได้กลับบ้านแล้ว