/ชานม “กระต่ายขาว”

ชานม “กระต่ายขาว”

เซี่ยงไฮ้เปิดร้านขายชานม “กระต่ายขาว” สู้ศึกการค้า ทำยอดขายกระฉูด 2,000 เปอร์เซ็นต์
เผยแพร่: 11 มิ.ย. 2562 12:47 ปรับปรุง: 11 มิ.ย. 2562 19:15 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ในยามศึกการค้าจีน-สหรัฐฯกำลังร้อนระอุ สินค้าจีนที่จะส่งออกไปยังสหรัฐฯ มูลค่ากว่า 300,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ถูกขูดรีดภาษีศุลกากรถึง 25 เปอร์เซ็นต์ แบรนด์ลูกกวาดไวท์แรบบิท หรือ “กระต่ายขาว” (White Rabbit) ที่มีประวัติศาสตร์เก่าแก่ถึง 60 ปีของเซี่ยงไฮ้ ได้ลุกขึ้นมาเปิดร้านขายชานม กระตุ้นเลือดผู้รักชาติหันมาซื้อมากินของท้องถิ่น 

จากรายงานข่าวของเซาท์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์ ที่ไปติดตามกระแสฯระบุว่า ชานมไวท์แรบบิท กำลังฮิตระเบิดโดยขณะนี้ทำยอดขายกระฉูดที่ราว 2,000 เปอร์เซ็นต์ 

สงครามการค้ากับสหรัฐฯดูเหมือนได้กระตุ้นเลือดผู้รักชาติชาวจีนสูดฉีดอย่างร้อนแรง บางคนถึงกับซื้อชานมไวท์แรบบิทในราคาถ้วยละ 500 หยวน หรือกว่า 2,000 บาท จากปกติชานมในจีนขายกันในราคาถ้วยละ 19-25 หยวน หรือ 100 กว่าบาท 

นาย หวัง เสี่ยวเหลียง วัย 40 ปี ยืนแกร่วเข้าแถวยาวเหยียดพร้อมกับลูกค้านับร้อยคน เพื่อซื้อชานมไวท์แรบบิทในบ่ายวันเสาร์ที่ผ่านมา เขารอซื้อชานมนานถึงสองชั่วโมงจึงได้ชานามไวท์แรบบิทมาดื่มด่ำสนองเลือดรักชาติของเขา

“ไม่ใช่เพราะรสชาติของชานม เราต้องการสนับสนุนแบรนด์ท้องถิ่น ในยามที่อเมริกากำลังรุกวางแผนทำลายเศรษฐกิจจีน” 

“เมื่อปี ค.ศ. 1972 (พ.ศ.2515) อดีตนายกรัฐมนตรีโจว เอินไหล ได้ส่งลูกกวาดไวท์แรบบิทที่ผลิตจากโรงงานในเซี่ยงไฮ้ ให้แก่อดีตประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสันแห่งสหรัฐฯ ได้ชิมรสหอมหวานของลูกกวาดจีน นับจากนั้นมาลูกกวาดไวท์แรบบิท ก็เป็นที่รู้จักในตลาดโลก)

ไวท์แรบบิทได้จับมือกับคู่หุ้นส่วนท้องถิ่นสองราย เปิดหน้าร้านขายชานมที่ศูนย์การค้าในนครเซี่ยงไฮ้ นับเป็นครั้งแรกที่แบรนด์ลูกกวาดแห่งเซี่ยงไฮ้รายนี้ ลุกขึ้นมาแตกไลน์สินค้าตัวใหม่ๆ เพื่อฟื้นฟูชื่อเสียงไวท์แรบบิทที่มีประวัติศาสตร์ถึง 60 ปี (ภาพ สื่อจีน)

ไวท์แรบบิทได้จับมือกับคู่หุ้นส่วนท้องถิ่นสองราย เปิดหน้าร้านขายชานมที่ศูนย์การค้าในนครเซี่ยงไฮ้ นับเป็นครั้งแรกที่แบรนด์ลูกกวาดแห่งเซี่ยงไฮ้รายนี้ ลุกขึ้นมาแตกไลน์สินค้าตัวใหม่ๆ เพื่อฟื้นฟูชื่อเสียงไวท์แรบบิทที่มีประวัติศาสตร์ถึง 60 ปี (ภาพ สื่อจีน)


สื่อในเซี่ยงไฮ้รายงานว่า กวนเซิงหยวน กรุ๊ป (Guan Sheng Yuan/上海冠生園食品) รัฐวิสาหกิจแปรรูปอาหาร เจ้าของแบรนด์ไวท์แรบบิท(大白兔)ได้จับมือกับคู่หุ้นส่วนท้องถิ่นสองราย เปิดหน้าร้าน (pop-up store) ขายชานมที่ศูนย์การค้า CapitaMall Luone ในนครเซี่ยงไฮ้ เมื่อวันที่ 29 พ.ค..ที่ผ่านมา นับเป็นครั้งแรกที่แบรนด์ลูกกวาดเก่าแก่รายนี้ ลุกขึ้นมา แตกไลน์สินค้าตัวใหม่ๆ เพื่อฟื้นฟูชื่อเสียงไวท์แรบบิท 

ในวันแรกที่เปิดร้านฯนี้ มีลูกค้ามาอุดหนุนถล่มทลาย ขายชานมได้ 1,000 กว่าถ้วย วันต่อมาลูกค้าหลั่งไหลมาซื้อชานมกระต่ายขาว ต่อแถวเหยียด บางคนยอมเข้าแถวรอนานถึง 4-5 ชั่วโมง ขณะที่ทางร้านกำจัดการซื้อ “คนหนึ่งซื้อได้สองถ้วย”

เมื่อเกิดความต้องการร้อนแรงเช่นนี้ กลุ่มนักเก็งกำไรก็พลาดโอกาสแห่มาเข้าแถวยาวเหยียดซื้อชานม เพื่อนำมาขายต่อให้แก่ลูกค้าที่ไม่มีความอดทนพอในการเข้าแถวเป็นชั่วโมงๆในราคาที่สูงลิบ 

นักเก็งกำไรผู้หนึ่งเผยว่าเขาทำกำไรได้หลายร้อยหยวนในแต่ละวันจากการขายผลิตภัณฑ์ไวท์แรบบิท กลุ่มนักเก็งกำไรโดยทั่วไปขายชานมกระต่ายขาวในราคา 70-150 หยวน (ราว 300-700 กว่าบาท) ถึงขนาดเปิดขายกันในตลาดมืด ที่ถ้วยละ 470 หยวน (ราว 2,200 กว่าบาท)

จากากรสำรวจของเซาท์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์ ระบุว่ามีลูกค้าหลายคนทุ่มทุนซื้อชานมในราคาถ้วยละ 500 หยวน 

ตลาดชานมจัดว่าเป็นตลาดปราบเซียนในจีน จากตัวเลขคาดการณ์ระบุว่าในแผ่นดินใหญ่มีร้านชานม-ชาผลไม้นับล้านแห่งโดยมีกลุ่มเป้าหมายคือนักช้อปรุ่น Gen M หรือ Gen Me


(คนชั่วรุ่น มิลเลนเนียล/Millennial-เกิดระหว่าง 1986-1995)

“ชานั่น ไม่มีรสชาติของลูกกวาดไวท์แรบบิทแบบดั้งเดิมเลย” แอนดี้ อิ่น นักช้อปผู้ใช้เวลาเข้าแถวรอสองชั่วโมงในบ่ายวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (9 มิ.ย.) เพื่อซื้อชานมถ้อยหนึ่งมาลองลิ้มรส เขายังบอกอีกว่าเขาได้โพสต์รูปชานมในโซเชียลมีเดีย “วีแชท” (WeChat) เพื่อโชว์ความสำเร็จที่สามารถซื้อชานมมากินได้

ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา แบรนด์สินค้าบริโภคหลายรายต่างซบเซานั่งตบยุงกัน เหตุเพราะกระแสไหลบ่าของสินค้าต่างชาติที่เข้ามาตีตลาด รัฐบาลในเซี่ยงไฮ้ได้พยายามฟื้นฟูกิจการท้องถิ่นหลายแบรนด์ในหลายโอกาส แต่ก็คว้าน้ำเหลว

ไวท์แรบบิท ซึ่งเป็นที่รู้จักในตลาดโลกเมื่อเกือบครึ่งศตวรรษ พยายามแตกไลน์สินค้า สู้คู่แข่งต่างชาติที่ไหลบ่าเข้ามาตีตลาดจีน (ภาพ สื่อจีน)

ไวท์แรบบิท ซึ่งเป็นที่รู้จักในตลาดโลกเมื่อเกือบครึ่งศตวรรษ พยายามแตกไลน์สินค้า สู้คู่แข่งต่างชาติที่ไหลบ่าเข้ามาตีตลาดจีน (ภาพ สื่อจีน)


“สงครามการค้ากลับได้สร้างโอกาสให้แก่แบรนด์เก่าแก่” โจว ซื่ออี๋ว์ ผู้บริหารธุรกิจซักรีดและย้อมผ้าแห่งเซี่ยงไฮ้ Shanghai Zhengzhang Laundrying and Dyeing กล่าวอย่างมีความหวัง

“แต่แบรนด์ท้องถิ่นก็ยังต้องทำงานหนักในการปรับปรุงเทคนิกการผลิต และยกระดับทักษะการจัดการ เพื่อที่จะแข่งขันกับคู่แข่งต่างชาติในด้านคุณภาพ ทั้งการหีบห่อ และประสิทธิภาพในการจัดจำหน่าย”