/“ผีตาโขน” ในสายตาของ นทท. จีน

“ผีตาโขน” ในสายตาของ นทท. จีน

“ผีตาโขน” ในสายตาของ นทท. จีน กับกระแส ‘เที่ยวไทยเชิงประสบการณ์’
.
“ฉันหลงใหลในวัฒนธรรม…และประทับใจกับความอบอุ่นของผู้คนที่นี่ การไปซื้อของตามที่ท่องเที่ยวไม่ใช่สิ่งที่ฉันชื่นชอบอีกต่อไป เพราะตอนนี้ฉันสนุกกับการได้พูดคุยกับคนในท้องถิ่น ได้สำรวจความงดงามของอัญมณีที่ซ่อนอยู่ในประเทศนี้”
.
นี่คือคำกล่าวของหญิงจีนแซ่จางวัย 28 ปี รายหนึ่ง ผู้ได้รับคำแนะนำจากแอปพลิเคชันเวยโป๋ให้ไปเที่ยวเทศกาล “ผีตาโขน” ที่ประเทศไทย และสาวจีนซึ่งพูดภาษาไทยไม่ได้คนนี้ ก็ตัดสินใจลุยเดี่ยวไปเที่ยวประเทศไทยอีกครั้ง
.
เมื่อเธอเดินทางถึงจังหวัดเลย ก็ต้องตกตะลึงกับระบำต้อนรับอันน่าตื่นตาตื่นใจที่สนามบิน
.
ผู้คนที่นั่นแต่งกายด้วยชุดผีที่ทำจากเศษผ้าประดับประดาด้วยพู่หลากสี สวมหน้ากากผีสีสันสดใส กำลังเชื้อเชิญให้นักท่องเที่ยวมาร่วมเต้นรำด้วยกัน อันเป็นจุดเริ่มต้นของเทศกาลเฉลิมฉลองที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 5 ก.ค. และจะจัดยาวไปตลอด 3 วัน
.
“มันน่าสนุกจริงๆ สำหรับวิธีดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาสัมผัสความเป็นไทยในแบบที่แตกต่างจากที่ทุกคนเคยเห็น ฉันอยากจะไปงานฉลองนั้นสุดๆ” จาง นักท่องเที่ยวอิสระที่เคยมาเที่ยวในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลายครั้ง ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซินหัว
.
งานเทศกาลผีตาโขนประกอบไปด้วยการละเล่นต่างๆ คอนเสิร์ต และขบวนพาเหรด โดยคนในท้องถิ่นจะสวมหน้ากากหน้าตาน่ากลัว พร้อมกับเคาะกระดึงเพื่อประกาศถึงการปรากฏตัวของเหล่าดวงวิญญาณ
.
มีเรื่องเล่าว่าเมื่อนานมาแล้ว พระเวสสันดรทรงออกเดินทางไกลไปนานเสียจนข้าราชบริพารของพระองค์เข้าใจว่าพระองค์สิ้นพระชนม์ไปแล้ว แต่แล้ววันหนึ่งเมื่อพระองค์เสด็จกลับมาโดยมีพระชนม์ชีพ ข้าราชบริพารของพระองค์ก็ต่างยินดีและจัดงานเฉลิมฉลองอย่างอึกทึกจนปลุกเหล่าวิญญาณขึ้นมา
.
การเฉลิมฉลองได้รับการสืบทอดต่อมาจนพัฒนาเป็นเทศกาลอันน่าตื่นตาตื่นใจเทศกาลหนึ่งของไทย
.
“ในจังหวัดเลยที่น่ารักแห่งนี้ ฉันดีใจที่ได้เห็นว่าความเข้มงวดแบบสมัยใหม่ไม่ได้ปิดกั้นการแสดงเหล่านี้ที่มีสัญลักษณ์ทางเพศมาเกี่ยวข้อง ฉันหลงใหลในวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ และประทับใจกับความอบอุ่นของผู้คนที่นี่ การไปซื้อของตามที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ ไม่ใช่สิ่งที่ฉันชื่นชอบอีกต่อไปแล้ว เพราะตอนนี้ฉันสนุกกับการได้พูดคุยกับคนในท้องถิ่น ได้สำรวจความงดงามของอัญมณีที่ซ่อนอยู่ในประเทศนี้” จางให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซินหัว
.
ด้วยนโยบายฟรีวีซาของประเทศไทย จางจึงสามารถเดินทางมา “ผจญภัย” ที่นี่เมื่อใดก็ได้ สิ่งที่เธอต้องทำมีเพียงจองโรงแรมและจองเที่ยวบินทางออนไลน์ ส่วนการเช่ารถก็เป็น “ของง่ายๆ” ที่เธอทำได้เพียงยกหูโทรศัพท์
.
เธอให้สัมภาษณ์ว่าที่หมายต่อไปของเธอคือหมู่บ้านโบราณเชียงคานริมแม่น้ำโขง โดยกล่าวว่า “ฉันอยากจะสัมผัสชีวิตริมลำน้ำที่ไหลกั้นดินแดนไทยและลาว”
.
อย่างไรก็ตาม จางไม่ใช่เป็นนักท่องเที่ยวอิสระเพียงคนเดียวที่สนใจสถานที่ท่องเที่ยวในไทยที่ยังไม่ค่อยมีคนรู้จัก เธอเป็นหนึ่งในวันเดอร์ลัสต์หรือผู้กระหายการท่องเที่ยวชาวจีนจำนวนมาก
.
“นักท่องเที่ยวจีนจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เดินทางมายังการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อสอบถามข้อมูลการท่องเที่ยวเชิงเทศกาลและการเฉลิมฉลองทั่วประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวอิสระ พวกเขาวางแผนไว้อย่างละเอียดทั้งที่พัก การเดินทาง และเส้นทาง” เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของททท. ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซินหัว
.
“ความนิยมการท่องเที่ยวของหนุ่มสาวชาวจีนมีแรงผลักดันจากพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจากโซเชียลมีเดียและวัฒนธรรมโลก แนวโน้มการท่องเที่ยวตอนนี้จึงเปลี่ยนจากการ ‘ซื้อของ’ ไปเป็นการ ‘ซื้อประสบการณ์’ และการท่องเที่ยวก็น่าจะเป็นวิธีซึมซับประสบการณ์ที่ดีที่สุด” เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดระบุ
.
สถิติจากหน่วยงานการท่องเที่ยวของไทยระบุว่าในปี 2018 มีนักท่องเที่ยวจีนมาเที่ยวทั้งหมดมากกว่า 10 ล้านคน หรือ 1 ใน 3 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ขณะที่สัดส่วนของนักท่องเที่ยวอิสระต่อนักท่องเที่ยวแบบกลุ่มทัวร์เพิ่มขึ้นจาก 60:40 เป็น 70:30
.
เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดเสริมว่า แนวโน้มใหม่ที่เกิดขึ้น เปลี่ยนทิศทางการบริหารจัดการการท่องเที่ยวของไทยไปอย่างมาก โดยผลักดันให้ไทยเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ตามแหล่งท่องเที่ยวหลักที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวไว้ให้พร้อม ซึ่งครอบคลุมถึงบริการจ่ายเงินออนไลน์ และคิวอาร์โคด (QR code) สำหรับเข้าถึงข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว
.
“วัยรุ่นซึ่งเป็นกลุ่มที่ฉลาดในการใช้เทคโนโลยี จะช่วยกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวไปยังพื้นที่ห่างไกล เป็นการช่วยให้ประเทศสร้างสมดุลในการพัฒนา” เจ้าหน้าที่กล่าว พร้อมระบุว่า ททท. จะให้ความสำคัญยิ่งขึ้นกับการแบ่งกลุ่มตลาด และตลาดเฉพาะกลุ่มที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวอิสระที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวแนววิถีชีวิตและสุขภาพ ซึ่งมีแนวโน้มการใช้จ่ายสูงกว่าเมื่อเทียบกับการท่องเที่ยวแบบมวลชน (mass tourism)

China Xinhua News