/挽面

挽面

ประวัติที่มา ” 挽面 ” ภาษาจีนกลางอ่านว่า ว่านเมี้ยน / ภาษาอังกฤษเรียกว่า Threading (epilation) หรือ ภาษาจีนแต้จิ๋วบ้านเราเรียกว่า ” หมังหมิ่ง ”

ต้นกำหนดการกำจัดขนบนใบหน้าผู้หญิงด้วยการใช้เส้นด้ายมาจากแถวๆเปอร์เซีย เอเซียกลาง (ปัจจุบันคือประเทศอิหร่าน) และอินเดียเมื่อ 6,000 ปีที่แล้ว ในยุคนั้นทางอาหรับจะเรียกว่า ‘ Khite ‘ ส่วนทางอียิปต์ เรียกว่า ‘ Fatlah ‘

จนเริ่มเมื่อใดไม่ทราบได้แต่ได้แพร่หลายไปสู่เมืองจีนในปัจจุบันคือแถวๆเมืองหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ทางภาคใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีน และค่อยๆกระจายไปทั่วประเทศจีนแล้วค่อยลามไปสู่เอเซียตะวันออกคือ ฮ่องกง,ไต้หวัน,เกาหลีและญี่ปุ่น

” หมังหมิ่ง ” เป็นเทคนิคเสริมสวยแบบโบราณที่ชาวจีนได้ยึดถือเป็นประเพณีวัฒนธรรมอาทิเช่น การหมังหมิ่งถือเป็นพิธีบรรลุนิติภาวะ โดยจะทำการหมังหมิ่งให้กับหญิงสาวที่ใกล้ออกเรือน โดยมีผู้ใหญ่ที่พ่อแม่ยังมีชีวิตเป็นผู้ทำให้ อันดับแรกจะต้องทาแป้งไข่ห่าน (ชาวจีนในไทยเรียกว่า แป้งติงตังหุ้ง) บนใบหน้าและบริเวณขอบผมของเจ้าสาว จากนั้นใช้มือทั้งสองข้างพันด้ายป่านสีแดงขนาดเล็ก ตรงกลางใช้นิ้วโป้งขวาม้วน 2 รอบ ปลายด้ายด้านหนึ่งอยู่ที่มือซ้าย ส่วนอีกด้านหนึ่งใช้ปากกัดไว้ ทำให้เส้นด้ายเป็นรูปกากบาท จากนั้นขยับมือทั้งสองข้าง ขึ้น-ลง ให้เส้นด้ายแยกและประสานกันไปมา แนบลงที่ใบหน้าเพื่อขจัดขนอ่อนบนใบหน้าและกันคิ้ว เจ้าสาวที่หมั่งหมิ่งแล้วจะมีผิวหน้าที่เกลี้ยงเกลา ขาวใส ในสมัยโบราณผู้หญิงจะทำหมั่งหมิ่งครั้งเดียวในชีวิต ถึงแม้จะมีการหย่าร้างหรือแต่งงานใหม่ก็จะไม่ทำอีก

” หมังหมิ่ง ” เข้ามาในประเทศไทยช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยชาวจีนโพ้นทะเลที่เดินทางมาลงหลักปักฐานที่ถนนเยาวราชในกรุงเทพฯ ซึ่งถนนเยาวราชเส้นนี้เองที่ช่วยดำรงรักษาวัฒนธรรมการหมังหมิ่งอย่างสมบูรณ์จนถึงปัจจุบัน ในสมัยก่อนการหมั่งหมิ่งในสังคมชาวจีนในไทยก็ทำให้เฉพาะเจ้าสาวเท่านั้น แต่ปัจจุบัน ” หมังหมิ่ง ” กลายเป็นการเสริมสวยที่ใครๆก็สามารถทำได้

หมายเหตุ ภาพประกอบ ” หมังหมิ่ง ” แบบโบราณที่หายากพร้อมภาพปัจจุบันที่เมืองหนานหนิง

จักสรณ์ วรางค์ศรีศิริ