/ท่อนไม้วิเศษ 一根了不起的木棍

ท่อนไม้วิเศษ 一根了不起的木棍

ก๊อก ๆ ๆ เสียงท่อนไม้วิเศษเคาะประตูบ้านของช่างไม้ แล้วพูดกับช่างไม้ว่า “ข้าคือท่อนไม้ที่วิเศษที่สุด ฉันจะทำงานอันยิ่งใหญ่ที่วิเศษที่สุดในโลก ขอท่านได้โปรดทำให้ข้าเปลี่ยนเป็นสิ่งของที่มีอานุภาพ และกล้าแกร่งด้วยเถิด”
“แล้วเจ้าคิดว่า สิ่งใดที่มีอานุภาพ และกล้าแกร่งล่ะ” ช่างไม้ร้องถามเจ้าไม้วิเศษ เจ้าไม้วิเศษคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ตอบว่า “ทำให้ฉันกลายเป็นปืนก็แล้วกัน”
“ได้ ” ว่าแล้ว ช่างไม้ก็เริ่มลงมือ ช่างไม้เลื่อยไม้วิเศษนี้จนมันวาว แล้วสลักไม้ขึ้นรูปให้เป็นไกปืน ด้ามปืน ปล่องปืน แล้วพูดว่า “ตอนนี้ เจ้าได้แปลงร่างเป็นปืนที่มีอานุภาพ และกล้าแกร่งแล้ว” แล้วช่างไม้ก็เอาปืนไปตั้งไว้ที่พื้น เจ้าปืนแสนกลก็กระโดดขาเดียว “ตุเลง ๆ ๆ ” ยืดอกออกจากบ้านช่างไม้ไปอย่างองอาจและเด็ดเดี่ยว ไม่เหลียวหลังกลับมามอง
“โป๊ก ๆ ๆ ” เจ้าปืนแสนกลเคาะประตูโรงงานอย่างแรง แล้วพูดกับเหล่าคนงานว่า “ข้าเป็นปืนที่ทรงพลังและกล้าแกร่ง ข้าจะช่วยท่านทำอะไรได้หรือไม่”
คนงานมองดูเจ้าปืนแสนกล แล้วส่ายหัว ตอบกลับไปว่า “ข้าใช้เหล็กผลิตเครื่องจักร ข้าใช้ฝ้ายทอผ้า เจ้าช่วยอะไรเราไม่ได้หรอก”
ฮึ่ม ที่นี่ก็ใช้ฉันไม่ได้ จะต้องมีสักที่ที่ใช้ฉันได้สิน่า ว่าแล้วเจ้าปืนแสนกลก็กระโดดเหยงๆ ๆ ออกจากโรงงาน กระโดดไปตามถนนหนทาง มองเห็นตำรวจยืนอยู่กลางถนน ก็รีบกระโดดไปหาแล้วพูดกับตำรวจว่า “คุณตำรวจ ข้าคือปืนที่ทรงพลังและกล้าแกร่ง ข้าจะช่วยท่านทำงานใหญ่อะไรได้หรือไม่”
คุณตำรวจมองดูเจ้าปืนแสนกล ก็ยิ้มแล้วพูดว่า “ฉันใช้ไฟเขียวไฟแดงควบคุมการจราจร ให้รถทุกคันเดินทางไปถึงจุดหมายด้วยความปลอดภัย นี่คืองานอันยิ่งใหญ่ที่ฉันทำ” เจ้าปืนแสนกล ได้ยินดังนั้นก็บ่นพึมพำ ๆ ว่า “ฉันจะต้องหาที่ที่ใช้ประโยชน์ฉันได้ให้จงได้” ว่าแล้วมันก็กระเหยงๆ ๆ กระโดดต่อไปข้างหน้า
เฮ้ ข้าคือปืนที่ทรงพลังและกล้าแกร่ง ท่านต้องการให้ข้าช่วยอะไรมั้ย เสียงเจ้าปืนแสนกลตะโกนถามชาวนาที่อยู่ไกลลิบปลายท้องนา ชาวนาหันหลังกลับมาดูเห็นปืนแสนกล ก็โบกมือไหวๆ ส่ายหัวไปมา “ไม่ใช้ ๆ มีรถไถช่วยเราไถนา มีปุ๋ยช่วยให้ต้นกล้าเรางอกงาม ยังจะต้องให้เจ้าช่วยอะไรอีกล่ะ” พูดจบชาวนาก็ชี้ไปที่ภูเขาสูงที่มองเห็นไกลลิบ แล้วก็ตะโกนบอกเจ้าปืนแสนกลว่า “ที่นั่นมีนายพรานคนหนึ่ง บางทีเค้าอาจจะมีอะไรให้เจ้าช่วยก็ได้นะ”
กระโหยง กระเหยงๆ ๆ เจ้าปืนกลกระโดดมุ่งหน้าไปที่ภูเขาลูกนั้น เจ้าปืนแสนกลกระโดดมาตามทางไกลแสนไกล ในที่สุดก็มาถึงหน้าบ้านของนายพราน
“นายพราน ๆ ข้ามาแล้ว” เจ้าปืนแสนกลเอาหัวผลักเข้าไปในประตูบ้านของนายพราน แล้วก็ยืนยืดอกอยู่ต่อหน้านายพรานด้วยท่าทางที่น่าเกรงขาม
สายตาเป็นประกายของนายพรานมองมาที่เจ้าปืนแสนกลตั้งแต่หัวจรดเท้า สักครู่ ก็ถามออกมาว่า “เจ้าจะทำอะไร”
“ยิงเสือ ยิงหมาป่าน่ะสิ” เจ้าปืนแสนกลตอบนายพรานด้วยเสียงดังลั่น
นายพรานได้ยินก็ถึงกับขมวดคิ้วเข้าหากัน แล้วก็พูดกับเจ้าปืนแสนกลว่า “เสือกับหมาป่ามันก็อยู่ของมันดีๆ แล้วเจ้าจะไปยิงมันทำไมกันเล่า”
“ก็ท่านเป็นนายพรานนี่นา”
“ข้าไม่ได้เป็นนายพรานแล้ว ”
“แล้วท่านเป็นอะไรล่ะ”
“ข้าเป็นคนงานเลี้ยงสัตว์ในสวนสัตว์แล้ว” เจ้าปืนได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วก็กะโดดหัวคะมำออกมาจากบ้านนานพราน มองตะวันออกที ตะวันตกที เหนือที ใต้ที เพราะไม่รู้จะกระโดดไปทางไหนดี
ก๊อก ๆ ๆ อยู่มาวันหนึ่ง เสียงเคาะประตูโรงเรียนดังขึ้น เด็ก ๆ พากันไปเปิดประตู ทันใดนั้นก็มีเสียงตะโกนด้วยความตกใจ ว้าย …..ปืน ปืน ปืน
ฮ่า ๆๆ ในที่สุดฉันก็หาที่ที่ต้องการฉันเจอจนได้ “โหยงๆ เหยงๆ ” เจ้าปืนแสนกลกระโดดเข้าไปข้างใน ยืนอยู่ข้างๆกับกลุ่มเด็กผู้หญิงกลุ่มหนึ่ง แล้วร้องถามว่า “หนูๆชอบฉันมั้ย”
เหล่าหนูน้อยเบิกตาโต แล้วตะโกนเป็นเสียงเดียวกันว่า “พวกเราไม่ชอบหรอก”
เจ้าปืนแสนกลร้องถามกลับไปว่า “แล้วพวกเจ้าชอบอะไรรึ”
“ชอบเต้นรำ” เสียงหนูๆแสนหวานเหมือนเสียงเพลงอันไพเราะ โบยบินไปมาในสวนสนุก
“แล้วพวกเจ้าล่ะ ชอบข้ามั้ย” เจ้าปืนแสนกลถามเด็กผู้ชายที่มุงดูอยู่รอบๆด้วยเสียงอ่อย ๆ
“ชอบสิ” เด็กผู้ชายกลุ่มนั้นตอบพร้อมกัน แต่เจ้าปืนแสนกลยังไม่ทันได้ดีใจ พวกเด็กผู้ชายก็พูดต่อไปอีกว่า “แต่พวกเราชอบเตะบอลมากที่สุด”
“โฮ…ๆ ๆ ” เสียงเจ้าปืนแสนกลร้องไห้โฮออกมาด้วยความผิดหวัง ล้มลงกับพื้นนอนแน่นิ่งอยู่อย่างนั้น
“ฮือ ๆ ๆ” เด็กผู้หญิงจิตใจอ่อนโยน น้ำตาคลอ ร้องไห้ไปพร้อมๆกับเจ้าปืนแสนกลด้วยความสงสาร ทำเอาบรรดาเด็กชายเดือดร้อนกันใหญ่ บางคนก็ปิดหู บางคนก็เกาหัว ไม่รู้ว่าจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไรดี
เด็กชายคนหนึ่งมองไปที่สนามเด็กเล่นโล่งๆ ไม่มีต้นไม้ ก็เกิดความคิดว่า “ถ้าเจ้าปืนแสนกลเปลี่ยนเป็นต้นไม้ได้ก็ดีสินะ”
“จริงด้วย แล้วยังออกดอกไม้เยอะแยะได้ด้วยนะ” เด็กหญิงหยุดร้องแล้วก็ตอบด้วยเสียงร่าเริง
“จริงด้วยล่ะ แล้วยังมีผลไม้ด้วยนะ” เด็กหญิงอีกคนหยุดร้องแล้วก็ตอบด้วยเสียงแจ๋ว
เจ้าปืนแสนกลได้ยินดังนั้นก็กระโดดลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว แล้วก็ปักตัวเองลงไปในโคลน ตะโกนหัวเราะชอบใจว่า “ถ้างั้น ฉันแปลงร่างเป็นต้นไม้ใหญ่ก็แล้วกัน”
สักพักหนึ่ง ที่กระบอกปืนก็มีกิ่งไม้งอกขึ้นมา บนกิ่งไม้มีใบไม้งอกขึ้นมา แล้วก็ออกดอกบานสะพรั่ง ไม่ทันไร ดอกไม้ก็ร่วงโรยกลายเป็นผลไม้เต็มต้น เด็กๆพากันเต้นรำเริงร่าอยู่ใต้ร่มไม้ เตะบอล พอวิ่งเล่นเหนื่อยแล้วก็พากันมานั่งพักที่ใต้ร่มไม้ กินผลไม้ที่หล่นลงมาจากต้นไม้
ตอนนี้ฉันคือต้นไม้ที่ทรงพลังและกล้าแกร่ง กำลังทำเรื่องที่มีคุณค่า แปลงร่างจากปืนมาเป็นต้นไม้ เห็นเด็กๆดีอกดีใจมีความสุขอย่างนี้ เจ้าปืนแสนกลพูดอย่างดีอกดีใจ แต่คำพูดของมันก็ถูกคุณป้าพายุพัดพาจากไป เด็กๆที่นั่งเล่นอยู่ใต้ต้นไม้ก็ไม่มีใครได้ยินเสียงนั้นเลย

“通通通!”一根了不起的木棍,敲开了老木匠家的门,对老木匠说:”我是一根了不起的木棍,我要在世界上干一番了不起的大事,求求你,把我做成一件挺威风、最神气的东西吧!”
“你认为什么东西挺威风、最神气呢?”老木匠问这根了不起的木棍。了不起的木棍想了想,说:”把我做成一杆枪吧。”
“好。”老木匠就动起手来。他把这根了不起的木棍刨光,又在它的身上刻出了枪栓和扳机:”现在你已经是挺威风、最神气的一杆枪啦。”老木匠把已变成了枪的木棍放在地上。变成了枪的木棍挺威风地昂起头,很神气地挺着胸,用一只脚在地上跳着,然后”笃笃笃”头也不回地出门去了。
“嘭嘭嘭”枪用很大的声音敲开了工厂的大门,对工人说:”我是挺威风、最神气的枪,我能帮你做点什么吗?”
工人看着枪,摇摇头说:”我用钢铁造机器,我用棉花织布,你帮不了我的忙。”
“哼,你这里用不上我,总有用得上我的地方。”枪又”笃笃笃”地跳出工厂大门,来到大街上,看见有一个警察站在那儿,它跳上前去说:”警察先生,我是挺威风、最神气的枪,我能帮你于一番大事业。”
警察看看枪,笑着说:”我用红绿灯指挥车辆来往,让每一辆车都平安地到达它们要去的地方,这就是我干的大事业。””我能找到用得着我的地方的。”枪又用一只脚”笃笃笃”地向前跳去。
“喂,我是一杆挺威风、最神气的枪,你需要我帮忙吗?”离老远,枪看到一个农民,就大声地对他说。农民回头看看,来的竟是一杆枪。他连连地摆摆手又摇摇头。”不用不用。有拖拉机帮我耕地,有肥料帮助苗儿长大,还要你帮什么忙呢?”农民用手指指远方的高山,告诉枪说,”那里有一位猎人,或许他需要你干点什么。”
“笃笃笃!”枪就向高山跳去。
枪走了许多许多路,才来到猎入家的门口。
“猎人,猎人,我来啦!”枪一头撞进了猎人家的门,威风凛凛地站在猎人面前。
猎人的眼睛里放出了光芒,他上上下下打量着这杆枪,好一会儿,突然问它:”你要我干什么呢?”
“打老虎,打狼呀。”枪用很响的声音回答。
猎入忽然皱了一下眉头,说:”老虎和狼都生活得好好的,我为什么要去打它们呢。”
“因为你是猎人呀。”
“我已经不是猎人了。”
“那你当什么了呢?”
“我已经当动物园的饲养员了。”,”唉!”枪叹了一口气,”啪嗒”一个筋斗,从猎人家翻了出来。它看看东,看看西,看看南,看看北,不知到哪儿去才好?
“咚咚咚!”有一天,幼儿园的门突然响起来,小朋友们拉开门一看,都惊叫起来:”枪!枪!枪!”
“哈哈哈,我终于找到地方啦。”枪”笃”地跳进门,大声问站在它身边的一群小姑娘,”你们喜欢我吗?”
小姑娘们忽闪着大大的眼睛,齐声回答:”可我们不喜欢。”
枪接着又问:”你们喜欢什么呢?”
“喜欢跳舞。”小姑娘的声音像一支甜甜的歌,在幼儿园上空飞来飞去。
“那么你们呢,喜欢我吗?”枪的声音小多了,它问围着自己身边的一群男孩。
“喜欢!”男孩子们齐声回答,但不等枪高兴得跳起来,男孩子们又齐声地说,”可我们最喜欢踢球。”
“哇——”枪失望地大哭起来,而且倒在地上再也起不来了。
“呜呜呜!”小姑娘的心肠是最软的,眼眶里的泪水也贮藏得最多,她们跟着枪哭了起来。这可把男孩子们急坏了。有的挖耳朵,有的抓头皮,不知道怎样来收拾这个局回。
“它要是能变成一棵树就好了。”一个男孩子看看自己的操场里没有一棵树,这样说。
“还要开许多许多花!”一个小站娘停住了哭。
“还要结许多许多果子!”又一个小姑娘停住了哭。
枪突然从地上跳起来,用力向泥土里一插,高兴地说:”那我就变成一棵树吧!”
一忽儿,枪杆上长出了枝丫,枝丫上长出了许多许多树叶,又开出了许多许多花朵。又一会儿,花朵又结成了又大又红的果子。幼儿园的小朋友们就在树底下跳舞,踢球。他们跳累了,踢累了,团团地坐在树底下,吃着树上掉下来的果子。
“我现在是一棵挺威风、最神气的树,正在干一番了起的大事业。”由枪变成的树,看到孩子们这样高兴,开地说。不过,它的话马上被风婆婆带走了。所以,树底的孩子谁也没有听到。

ผู้เขียน Yi Ming(ไม่ปรากฏนามผู้แต่ง)
แปลและเรียบเรียง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เมชฌ สอดส่องกฤษ