/น้ำค้างกับยอดหญ้า 露珠与绿叶

น้ำค้างกับยอดหญ้า 露珠与绿叶

ในทุ่งดอกหญ้า มีบ้านกระจกหลังเล็กๆหลังหนึ่ง เจ้าของบ้านคือสาวน้อยน้ำค้างแสนสวย
สาวน้อยน้ำค้างกลัวแสงแดดมาก แต่บ้านกระจกของเธอ ไม่สามารถบังแสงแดดได้เลยแม้แต่นิดเดียว
สาวน้อยน้ำค้างจึงไปขอร้องต้นใบยา เธอทำเสียงหวานว่า “ท่านพี่ใบยาเจ้าขา ใบของท่านพี่ช่างใหญ่โตนัก ขอให้ท่านพี่ชูใบขึ้น จะได้บังแดดให้เรือนกระจกของหนูหน่อยจะได้ไหมเจ้าคะ”
ต้นใบยาหันหลังมามอง มันกำลังเตรียมตัวเล่นตบแปะอยู่กับเด็กกลุ่มหนึ่ง ใบใหญ่ของต้นใบยาเป็นฝ่ามือของต้นใบยา เมื่อเล่นตบแปะ มือของใบยาก็ไม่ว่างเสียแล้ว ต้นใบยาโบกไม้โบกมือแล้วบอกว่า “เอ้อ…ดูนี่สิ ตัวฉันเตี้ยมาก บังแดดให้เธอไม่ได้หรอก เอาอย่างงี้ก็แล้วกัน เธอลองไปหาท่านพี่ต้นหางหมาดูสิ ตัวเขาสูงมาก รับรองได้ผลแน่ๆ”
สาวน้อยน้ำค้างก็รีบไปหาท่านพี่ต้นหางหมา ขอร้องว่า “พี่ท่าน ช่วยบังแดดให้เรือนกระจกของหนูหน่อยเถิดนะเจ้าคะ”
ต้นหางหมากำลังพลอดรักอยู่กับดอกเบญจมาศแสนสวย ดอกเบญมาศสะบัดกลีบไหวๆไปมา บ่นว่า “เฮ้อ อากาศช่างร้อนอะไรเช่นนี้” ต้นหางหมาก็รีบโค้งตัวลงมา “มาสิจ๊ะ เดี๋ยวพี่พัดให้ พี่พัดให้เองนะจ๊ะ” พูดไปพร้อมกับออกแรงพัดใบให้กับคุณเบญจมาศผู้เลอโฉม พอได้ยินเสียงออดอ้อนของสาวน้อยน้ำค้าง ต้นหางหมาไม่ทันจะเงยหน้าขึ้นมามอง ก็ร้องบอกว่า “เฮ่อ ต้องขอโทษด้วยนะ ช่วงนี้พี่ปวดเอวมาก ยืนบังแดดให้กับเธอไม่ไหวหรอกนะ เธอควรจะไปหาต้นหางเหยี่ยวดูจะดีกว่านะ”
สาวน้อยน้ำค้างก็รีบไปหาต้นดอกหางเหยี่ยว แต่คุณพี่หางเหยี่ยวกำลังแต่งหน้าอยู่พอดี เพราะอีกสักครู่ คุณพี่ผีเสื้อจะมาเยี่ยม เพราะว่าคุณพี่ผีเสื้อเป็นแขกคนพิเศษ การต้อนรับคุณผีเสื้อเป็นเรื่องที่สำคัญมากของบรรดาดอกไม้ ดอกหางเหยี่ยวจึงไม่มีเวลาช่วยเหลือสาวน้อยน้ำค้าง
สายมากแล้ว แสงแดดก็ยิ่งร้อนขึ้นๆ เรือนกระจกของสาวน้อยน้ำค้างก็ถูกแดดส่องเสียจนร้อนระอุไปหมดแล้ว “โอ้ย…แย่แล้วๆ ” สาวน้อยน้ำค้างอึดอัดอยู่ในเรือนน้ำค้างที่ร้อนระอุและเริ่มหายใจไม่ออก หน้าก็ถูกแดดเผาจนแดง ตัวเกร็งไปหมด
ดอกไวโอเลตมองลอดเข้าไปในเรือนกระจกเห็นสาวน้อยน้ำค้างทุรนทุรายก็รีบกางใบของตัวเองทั้งหมดออกเพื่อบังแสงแดดให้กับสาวน้อยน้ำค้าง แต่ใบของดอกไวโอเลตก็เรียวเล็กเกินไป บังแสงแดดไม่มิด จึงได้ร้องบอกท่านพี่ใบยา ท่านพี่ต้นหางหมา ท่านพี่ดอกหางเหยี่ยว ด้วยความร้อนใจว่า
“อย่ามัวแต่สนใจเรื่องของตัวเองอยู่เลยนะ ยื่นใบของพวกพี่ออกมาหน่อยเถิด ไม่ต้องมากมายอะไร เพียงแต่ละคนยื่นใบออกมาคนละใบ ช่วยบังแดดให้กับน้องน้ำค้าง ก็ไม่เป็นการรบกวนอะไรพวกท่านมากนักหรอก รีบยื่นใบออกมากันหน่อยเถิด”
ดอกไม้ใบหญ้าได้ยินเสียงร้องของดอกไวโอเล็ต จึงพากันตื่นจากการหลับใหล พากันกางใบออกคนละใบสองใบ ช่างน่าตื่นตาตื่นใจจริงๆ แม้จะเป็นเพียงแค่คนละใบ แต่พอมารวมกันเข้า สูงๆต่ำๆ ยาวๆ เรียวๆ ทั้งเล็กทั้งใหญ่ เรียงร้อยซับซ้อนกันไป ก็สามารถบังเรือนกระจกจนสนิท กลายเป็นร่มเงาที่ร่มเย็นให้กับเรือนกระจกของสาวน้อยน้ำค้างได้เป็นอย่างดี
สาวน้อยน้ำค้างได้รับการช่วยเหลือ จนสามารถรอดมาได้ ก็ขอบคุณต้นไม้ใบหญ้าอย่างจริงใจ “ขอบคุณทุกท่านมากเจ้าค่ะ”
นับแต่นี้ไป เรือนกระจกของสาวน้อยน้ำค้างก็มีหลังคากำบังแสงแดดให้ความร่มเย็น หลังคานี้ก็คือพี่ๆต้นไม้ใบหญ้านั่นเอง
เพื่อเป็นการขอบคุณ สาวน้อยน้ำค้างจะมอบความชุ่มชื้นของหยาดน้ำค้างให้กับต้นไม้ ต้นหญ้าทุกต้น ในยามเช้าของทุกวัน อย่าคิดว่าน้ำค้างเป็นเพียงแค่หยดน้ำเล็กๆธรรมดาเพียงหยดเดียวเท่านั้น หากเรามองดูให้ดีๆ จะพบว่า ในทุกหยาดหยดของสาวน้อยน้ำค้าง สามารถมอบแสงสว่างแวววาวให้กับหัวใจของเราทุกคน

野花丛中,有一座小小的彩色玻璃房子,房子里住着美丽的露珠姑娘。
露珠姑娘特别怕晒太阳,可是她的房子是玻璃的,一点儿也挡不住太阳光。
露珠姑娘只好请求车前草,她说:”车前草哥哥,你的叶子大,请你把叶子举起来,帮我的玻璃房子遮遮太阳好吗?”
车前草转动着眼珠,他正准备同顽皮的风孩子玩击掌游戏,那些叶片,全都是他的巴掌,玩起游戏来,他的巴掌可没空,车前草把叶片胡乱举了举说:”唉,瞧,我的个子太矮,没法儿遮住你的玻璃房子,这样吧,你找狗尾巴草哥哥,他个子高,准行。”
露珠姑娘去叫狗尾巴草哥哥,她说:”请你帮我的玻璃房子遮遮阳光好吗?”
狗尾巴草同一朵漂亮的雏菊正在热恋中,雏菊娇滴滴地说:”哎,天真热。”狗尾巴草赶快弯下腰说:”来,我给你扇扇,我给你扇扇。”他卖力地挥动叶片给雏菊扇风。听见露珠姑娘的请求,狗尾巴草头也不抬地说:”哎,真对不起,这几天我腰痛,没法儿站起来帮你遮太阳,你最好找鸢尾姐姐帮忙吧。”
露珠姑娘又去找鸢尾草,鸢尾草姐姐正在化妆,等会儿蝴蝶小姐要来拜访她,蝴蝶小姐是尊贵的客人,迎接蝴蝶小姐来访可是件大事情,她没有工夫来帮助露珠姑娘。
太阳光越来越强烈,露珠姑娘的玻璃房子被晒得发烫,哎呀,不好啦,露珠姑娘住在发烫的玻璃房子里呼吸困难起来,她脸儿烧得通红,浑身抽搐。
紫花地丁妹妹透过玻璃房子看见露珠姑娘的模样,她着急地举起自己全部的叶子为露珠姑娘遮挡阳光,可是紫花地丁的叶子太纤细,遮挡不了太阳,她只好对车前草、狗尾巴、鸢尾和其他花草喊起来:”别光顾你们自己呀,伸出你们的叶片吧,不要多了,只要每人伸出一片叶子帮露珠姑娘遮遮太阳,这不会影响你们干各自的事,快伸出一片绿叶吧!”
花儿草儿们听见喊声,猛然醒悟过来,纷纷伸出一片绿叶——哇,不得了,虽然只是一片叶子,一合起来只见高高低低、长长圆圆、大大小小的叶片密密层层盖在玻璃房子上,一片浓密的绿阴遮住了骄阳!
露珠姑娘得救了,她缓过气来,感激地说:”谢谢,谢谢你们大家!”
从此露珠姑娘的玻璃房子上有了一片绿阴,它由野花丛中不同的绿叶组成。
为了感谢大家,露珠姑娘每天清晨都将千千万万颗露珠分送给每一棵花草,别以为露珠只是一滴水,仔细看看,这每一滴水里都放进了露珠姑娘面赠大家的亮晶晶的心。

ผู้เขียน Yi Ming(ไม่ปรากฏนามผู้แต่ง)
แปลและเรียบเรียง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เมชฌ สอดส่องกฤษ