/การแก้ปัญหาสังคมสูงอายุ

การแก้ปัญหาสังคมสูงอายุ

ไชน่าเดลี (26 ธ.ค.) – นายกรัฐมนตรีจีน หลี่ เค่อเฉียง บอกกับนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น นายชินโซ อาเบะ ว่า “ประเทศต่างๆ สามารถทำงานร่วมกันในการแก้ปัญหาสังคมสูงอายุ”

รายงานข่าวกล่าวว่า ปักกิ่งและโตเกียวได้ตกลงที่จะขยายความร่วมมือในการรับมือกับสังคมผู้สูงอายุและปัญหาอื่น ๆ อันเป็นหนึ่งในความพยายามที่จะส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าทวิภาคี

ฉันทามติดังกล่าวมีขึ้นระหว่างนายกรัฐมนตรีหลี่เค่อเฉียงและชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ผู้นำทั้งสองได้พูดคุยกันที่โรงแรมแห่งหนึ่งที่เชิงเขาชิงเฉิง สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของลัทธิเต๋าและมรดกโลกขององค์การยูเนสโก ห่างจากเฉิงตูเมืองหลวงของมณฑลเสฉวน เพียงหนึ่งชั่วโมงทางรถยนต์

ผู้นำทั้งสองพร้อมกับประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเกาหลี มูน แจ-อิน ได้เข้าร่วมการประชุมผู้นำจีน – ญี่ปุ่น – เกาหลีใต้ครั้งที่แปดเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

หลี่กล่าวว่า ความพยายามอย่างต่อเนื่องของจีนในการเปิดภาคการบริการของตนจะให้โอกาสมากขึ้นสำหรับทั้งสองประเทศในการขยายความร่วมมือแบบดีกับทุกฝ่าย มีพื้นที่กว้างสำหรับความร่วมมือทวิภาคีที่มากขึ้นในการรับมือกับสังคมผู้สูงอายุและบรรลุผลประโยชน์ร่วมกัน

ทั้งสองประเทศต่างอยู่ในภาวะเดียวกัน เผชิญกับความท้าทายของสังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว การเกิดใหม่ในญี่ปุ่นลดลงต่ำกว่า 900,000 ต่อปีเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ขณะที่การเกิดในประเทศจีนลดลงติดต่อกันสองปี แม้จะมีนโยบายลูกสอง

ความร่วมมือนี้เน้นบริการที่ทันสมัย ​​- รวมถึงหลักทรัพย์ประกันชีวิตและการดูแลสุขภาพ – อันเป็นส่วนที่ทั้งสองประเทศสามารถทำงานร่วมกันต่อไปได้

“เราสามารถเลือกพื้นที่นำร่องบางแห่งที่จะมีการเปิดตัวมากขึ้นเพื่อส่งเสริมความร่วมมือทวิภาคี ซึ่งความตกลงที่เฉิงตูอาจเป็นโอกาสตัวเลือกที่ดี” หลี่กล่าว

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีจีนยังเรียกร้องให้มีมาตรการความร่วมมือเพิ่มเติมในการลงทุนนวัตกรรมและการเจาะตลาดของบุคคลที่สาม รวมถึงการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนกับประชาชนในระดับที่สูงขึ้น

ชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น สะท้อนรับข้อเสนอของนายกรัฐมนตรีจีน โดยบอกว่ามีพื้นที่กว้างสำหรับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าทวิภาคี

เขากล่าวว่า “ญี่ปุ่นชื่นชมความพยายามของจีนในการเปิดภาคการบริการ และยินดีที่จะมีส่วนร่วมในกระบวนการนี้”

ในระหว่างการประชุมฯ หลี่ยังได้เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายยังคงยึดมั่นต่อหลักการที่กำหนดไว้ในเอกสารทางการเมืองสี่ฉบับที่เป็นพื้นฐานของความสัมพันธ์ระหว่างจีน – ญี่ปุ่น เพื่อจัดการกับประเด็นที่ละเอียดอ่อนและเปิดความก้าวหน้าใหม่อย่างต่อเนื่อง

อาเบะ กล่าวว่า “ทั้งสองประเทศจะต้องดำเนินการแลกเปลี่ยนในระดับสูงอย่างใกล้ชิด เพิ่มการสื่อสารและการสนทนา และร่วมกันเปิดศักราชใหม่สำหรับความสัมพันธ์ทวิภาคี”

หลังการประชุมฯ หลี่ ได้พา อาเบะ ไปเยี่ยมชมระบบชลประทานโบราณเขื่อนธรรมชาติตูเจียงเอี้ยน ซึ่งเป็นมรดกโลกอีกแห่งหนึ่งขององค์การยูเนสโก

ทั้งนี้ การค้าทวิภาคีระหว่างจีนและญี่ปุ่นมีมูลค่ารวม มากกว่า 3.27 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2561 เพิ่มขึ้น 8.1% จากปีก่อน และตั้งแต่ปี 2007 จีนเป็นคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น

ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับญี่ปุ่นนั้น ถูกบดบังด้วยปัญหาต่าง ๆ รวมถึงประวัติศาสตร์ในช่วงสงครามและข้อพิพาททางอาณาเขต แต่พวกเขากลับมาติดต่อตั้งแต่ที่ หลี่ เดินทางไปญี่ปุ่นในเดือนพฤษภาคม 2018 และ 5 เดือนต่อมา อาเบะ ก็ไปปักกิ่ง

เมื่อประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง และ ชินโซ อาเบะ ได้พบกันในเดือนมิถุนายน ระหว่างการประชุมสุดยอด G20 ที่โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น สี จิ้นผิง ยังได้ยอมรับคำเชิญของผู้นำญี่ปุ่น เดินทางเยือนประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ ในฤดูใบไม้ผลิปีหน้า

และก่อนที่ อาเบะ เดินทางไปเฉิงตู ครั้งนี้ ยังได้พบกับ สี จิ้นผิงที่ปักกิ่งในวันจันทร์ด้วย

โจว หยงเซิง รองผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาภาษาญี่ปุ่นของ China Foreign Affairs University กล่าวว่า “ญี่ปุ่นมีความเชี่ยวชาญอย่างมากในการแบ่งปันกับจีนในภาคบริการ”

“ขณะนี้ แรงกดดันที่ลดลงระหว่างสองประเทศ ต่างต้องการพลังของกันและกันเพื่อหนุนการเติบโต” โจวกล่าว

ซู่ว์ หลี่ผิง นักวิจัยจาก National Strategy of International Institute of Social Sciences ของจีน กล่าวว่า “ต้องมีความไว้วางใจทางการเมืองมากขึ้นสำหรับทั้งสองประเทศในการยกระดับความสัมพันธ์ระดับทวิภาคี”

“เป็นเรื่องสำคัญที่ทั้งสองประเทศจะต้องมองกันและกันในฐานะหุ้นส่วนความร่วมมือแทนที่จะเป็นคู่ต่อสู้” เขากล่าวเสริมว่า “จะต้องมีการดำเนินการมากขึ้นเพื่อส่งเสริมความเข้าใจระหว่างกัน”

นอกจากนี้ นายหวังอี้ มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีต่างประเทศจีน ยังได้พบกับ นายโทชิมิตสึ โมเตงิ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่น ในกรุงปักกิ่งเมื่อวันพุธที่ผ่านมาเช่นกัน