/จีนเดินหน้าพัฒนาวิถีสู้นานามลพิษ

จีนเดินหน้าพัฒนาวิถีสู้นานามลพิษ

จีนเดินหน้าพัฒนาวิถีสู้นานามลพิษ หลังเห็นผลลัพธ์ดีในปี 2019
เผยแพร่: 17 ม.ค. 2563 10:55 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

สำนักข่าวซินหัว สื่อทางการจีน รายงาน (15 ม.ค.) หน่วยงานสังเกตการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมอันดับต้นๆ ของจีนได้ตอกย้ำปณิธานในการต่อสู้กับมลภาวะด้านสิ่งแวดล้อมปี 2020 หลังเห็นผลบวกจากความพยายามในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในปีที่ผ่านมา

“การลงมือปฏิบัติจริงในปีที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่า ทิศทางและเส้นทางการควบคุมมลพิษในปัจจุบันนั้นถูกต้อง และควรได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นต่อไปในระยะยาว” หลี่กั้นเจี๋ย รัฐมนตรีกระทรวงนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อมกล่าวเมื่อวันจันทร์ (13 ม.ค.) ในการประชุมประจำปีของกระทรวงที่จัดขึ้นเป็นเวลา 2 วัน

หลี่กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ควรหลีกเลี่ยงการนำ “วิธีเดียวสำหรับทุกด้าน” (one-size-fits-all approach) มาใช้ในการกำกับดูแลสิ่งแวดล้อม ทั้งยังควรส่งเสริมการนำวิธีการที่แม่นยำและเป็นวิทยาศาสตร์มาใช้ในการควบคุมมลพิษ

ด้านการควบคุมมลพิษทางอากาศ จีนได้กำหนดให้ปี 2020 เป็นปีที่ต้องบรรลุเป้าหมายของแผนปฏิบัติการเพื่อต่อสู้กับมลพิษทางอากาศระยะ 3 ปีที่เผยแพร่โดยคณะรัฐมนตรีในปี 2018

แผนดังกล่าวกำหนดเป้าหมายว่า การปล่อยซัลเฟอร์ไดออกไซด์และไนโตรเจนออกไซด์โดยรวมจะลดลงมากกว่าร้อยละ 15 ภายในปี 2020 เมื่อเทียบกับปี 2015

ความหนาแน่นของฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ที่ส่งผลให้เกิดหมอกควัน ที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานระดับแคว้นต่างๆ ของจีน จะลดลงมากกว่าร้อยละ 18 เมื่อเทียบกับปี 2015

อีกทั้งในระดับแคว้น อัตราส่วนของวันที่คุณภาพอากาศดีจะแตะที่ร้อยละ 80 และอัตราส่วนของวันที่มีมลพิษรุนแรงจะลดลงมากกว่าร้อยละ 25 ในปี 2020 เมื่อเทียบกับปี 2015

ด้านการควบคุมมลพิษทางน้ำ กระทรวงนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อม (MEE) จะดำเนินการสอบสวนแหล่งบำบัดน้ำเสียต่างๆ ที่ปล่อยน้ำเสียลงแม่น้ำเหลือง อีกทั้งจะดำเนินการเพื่อให้โรงบำบัดน้ำเสียที่อยู่ตามแนวแม่น้ำแยงซีและใกล้ทะเลโป๋ไห่สามารถตรวจสอบได้มากขึ้น

“ในปีนี้ จีนจะบรรลุเป้าหมายการนำเข้าขยะมูลฝอยเป็นศูนย์” หลี่กล่าวพร้อมเสริมว่าจีนจะเสริมสร้างการควบคุมและการแก้ไขปัญหามลพิษทางดินในพื้นที่ก่อสร้าง และจัดให้มีการตรวจสอบพิเศษและการบำบัดของเสียอันตราย

หลี่ชี้ว่า ในปี 2019 การต่อสู้กับมลภาวะของจีนคืบหน้าอย่างยิ่ง โดยมีสถิติการปล่อยมลพิษสำคัญๆ ที่ลดลง อีกทั้งความหนาแน่นของฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ในเมืองที่ไม่ได้มาตรฐานก็ลดลงอย่างต่อเนื่อง

กระทรวงฯ ระบุว่า เมืองส่วนใหญ่ในจีนรายงานผลการปรับปรุงคุณภาพอากาศเป็นบวก โดยในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2019 ความหนาแน่นของฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ในแคว้น 337 แห่งหดตัวลงร้อยละ 2.9 เมื่อเทียบปีต่อปี มาอยู่ที่ 34 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

การควบคุมมลพิษทางน้ำก็ถือเป็นผลงานที่โดดเด่นของปีก่อน โดยหลี่ให้ข้อมูลว่า ในปี 2019 พบการฝ่าฝืนกฎระเบียบที่ได้รับการแก้ไขแล้ว 3,626 กรณีในมณฑล 899 แห่ง ซึ่งเป็นพื้นที่จัดสรรแหล่งน้ำดื่มของผู้คน อีกทั้งกระทรวงฯ ยังได้จัดการทำความสะอาดแหล่งน้ำที่สกปรกจนมีสีดำและกลิ่นเหม็น 2,513 แห่งในแคว้นต่างๆ

ด้านการต่อสู้กับมลพิษทางบกก็ก้าวหน้าอย่างมั่นคง โดยเมื่อปี 2019 จีนได้ดำเนินการสำรวจเกี่ยวกับมลพิษทางดินในพื้นที่เกษตรกรรมโดยละเอียดจนเสร็จสิ้น

หลี่กล่าวว่า การห้ามนำขยะต่างประเทศเข้ามาในจีนทำให้ปริมาณการนำเข้าขยะมูลฝอยจริงทั่วประเทศลดลงร้อยละ 40.4 เมื่อเทียบระหว่างปี 2019 กับ 2018

นอกจากนี้ ในเดือนธันวาคม 2019 กระทรวงฯ ประกาศไว้ว่า จีนจะเปิดตัวกองทุนเพื่อการพัฒนาสีเขียวแห่งชาติอย่างเป็นทางการในปี 2020 ด้วยความมุ่งมั่นที่จะปรับปรุงระบบนโยบายเศรษฐกิจเพื่อการปกป้องระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม

สวีปี้จิ่ว เจ้าหน้าที่กระทรวงฯ ระบุในการแถลงข่าวเกี่ยวกับกองทุนว่า นโยบายเศรษฐกิจด้านสิ่งแวดล้อมสามารถกระตุ้นพลังภายใน (endogenous power) บรรดาผู้ประกอบการสำหรับการควบคุมมลพิษ ทั้งยังเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมด้วย

หลี่ทิ้งท้ายว่า ปี 2020 เป็นปีเป้าหมายในการบรรลุการสร้างสังคมมั่งคั่งระดับปานกลางในทุกด้าน ปีสุดท้ายของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 13 และปีชี้ขาดผลการต่อสู้กับมลพิษของจีนด้วย