หิ่งห้อยกับดวงดาว 萤火虫和小星星

บนท้องฟ้าข้างๆก้อนเมฆ ดาวดวงหนึ่งกระพริบแสงวับวาว บนพื้นดิน ข้างๆแม่น้ำ หิ่งห้อยกลุ่มหนึ่งส่องแสงสว่างระยิบระยับ “เฮ้ ขึ้นมาบนนี้สิ มาเล่นซ่อนหากันมั้ย” ดาวดวงน้อยบนฟ้าแอบเอาหน้าซ่อนอยู่ในเมฆ แต่อีกตาหนึ่งกระพริบปริบๆ หยอกล้อกับฝูงหิ่งห้อยที่บินอยู่บนพื้นดิน “ได้สิ เธอรออยู่นั่นแหละ” ว่าแล้ว เจ้าหิ่งห้อยก็รีบถือโคมไฟเดินไปเดินมาอยู่ที่พงหญ้า “เธอทำอะไรอยู่น่ะ” ดาวบนฟ้าค่อยๆเผยตัวออกมาจากหลังก้อนเมฆ แล้วทำตาโต ร้องถามหิ่งห้อย “ฉันกำลังหาเข็มกับด้ายอยู่น่ะ” หิ่งห้อยร้องตอบดวงดาว แล้วก้มหน้าก้มตาหาต่อไป “หาเข็มกับด้ายไปทำไมเหรอ” ดาวตะโกนถามลงมาอีก “เย็บชุดนักบิน” “เย็บชุดนักบินไปทำไม” “อ้าว ก็เธอชวนฉันขึ้นไปเล่นกับเธอบนฟ้าไม่ใช่เหรอ” “อ้อ งั้นฉันลงมาช่วยหาดีกว่า” เสียงดังฟี้ว ดาวตกลงมาจากฟ้ามาช่วยหิ่งห้อยหาเข็มกับด้าย น้องหนูนั่งเล่นอยู่ในสวน ได้ยินเสียงหิ่งห้อยกับดาวคุยกัน จึงออกมาดู…

พระจันทร์ตกปล่องเตาผิง 月亮掉进烟囱里

คืนหนึ่งในฤดูหนาว พระจันทร์ก็หนาวจนทนไม่ไหวเหมือนกัน ทันใดนั้นเอง พระจันทร์ก็มองเห็นปล่องไฟเตาผิงอยู่ไม่ไกลนัก “รีบไปผิงไฟที่นั่นดีกว่า” ครู่เดียวพระจันทร์ก็ลงมานั่งอยู่ที่ข้างๆกับปล่องไฟเตาผิง แต่ว่า ตอนนี้ปล่องไฟไม่มีควันพ่นออกมาเสียแล้ว มีแต่ไออุ่นพุ่งออกมาไม่ขาด พระจันทร์กอดเข้านั่งผิงไฟอยู่ข้างๆ หันซ้ายทีขวาที รู้สึกว่าอุ่นกว่าเมื่อตะกี้มากเลย “ฉันเจอที่ที่แสนจะวิเศษเหลือเกิน” พระจันทร์ดีใจ แต่ไม่ทันระวังก็ตกลงไปในปล่องไฟนั่น ทำเอาคุณย่าที่นั่งผิงไฟอยู่ใจหายใจคว่ำ “โอ้..ไม่ใช่ลูกบอลหิมะตกลงมาเหรอเนี่ย อย่าทำให้ไฟฉันดับล่ะ ข้างนอกยิ่งหนาวๆอยู่ด้วย” คุณย่าเติมฟืนเข้าไปในเตาผิง แล้วก็ลากพัดลมมาพัดอย่างแรง “ฟู่ ๆ ๆ ...” ลมพัดไฟที่กำลังจะมอด ลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว มีประกายไฟ สะเก็ดไฟกระเด็นกระจุยกระจายไปตามแรงลม พระจันทร์ยังไม่ทันได้รู้สึกตัวว่าเกิดอะไรขึ้น ก็ถูกลมร้อนพัดสูงขึ้น ๆ จนหลุดออกไปนอกปล่องไฟ พระจันทร์ไม่ได้รับอันตรายอะไร แต่เขม่าควันดำๆนั่นทำเอาพระจันทร์เลอะไปทั่งตัว…

ต้นหงซานที่ปลูกไม่โต 长不大的红衫树

ผลของต้นหงซานลูกหนึ่งพูดกับแม่ว่า “แม่ครับ ผมสุกแล้ว ให้คุณลุงลมพาผมไปฝังรากลงที่ไกลๆเถอะนะครับ” “ไม่ได้หรอกลูก ถ้าลูกอยู่ไกลการดูแลของแม่ อยู่ไกลการคุ้มครองของคุณอาคุณน้า หนูก็จะเจริญเติบโตได้ไม่ดีนะจ๊ะ ยังไงก็อยู่ข้างๆแม่นี่แหละดีแล้วลูก” ลูกหงซานเถียงสู้แม่ไม่ได้ ก็ทำได้เพียงปักรากลงโคลนเลนที่ใต้ฝ่าเท้าของแม่นั่นเอง แต่พี่น้องคนอื่นๆ ลอยไปกับลุงลมไปตกดินงอก รากอยู่ ณ ที่ห่างไกล เมื่อฤดูใบไม้ผลิมาถึง ลูกหงซานลูกนี้ก็แทงหน่องอกขึ้นมาจากพื้นดิน เห็นแม่ที่ลำต้นสูงใหญ่ เห็นลุงป้าน้าอาที่มีกิ่งก้านใหญ่โต ก็รู้สึกปลอดภัย ไม่ว่าจะลมแรงกระหน่ำพัดเท่าใด มีคุณลุงคุณอาเป็นเกราะกำบัง เจ้าหงซานน้อยก็ปลอดภัยไร้อันตรายใดๆ ถึงคราฝนกระหน่ำ แม่ก็คอยเป็นร่มคันใหญ่กางปกป้องอยู่ตลอดเวลา ต้นหงซานน้อยก็เหมือนกับอยู่ในห้องนอนอันอบอุ่น เจ้าหงซานน้อยคิดในใจว่า ดีนะเนี่ยที่ฉันไม่ได้ลอยไปกับลุงลมไปเกิดที่อื่น ไม่งั้นฉันจะหลบฟ้าหลบฝนยังไงล่ะเนี่ย แต่ทว่า เวลาที่เจ้าหงซานน้อยจะดูดอาหารจากในดิน สารอาหารทั้งหลายก็ถูกลุงป้าน้าอาดูดเอาไปจนหมดซะก่อน พอถึงคราจะรับลมรับฝนก็ถูกร่างกายของแม่บดบังมิด เป็นเช่นนี้ปีแล้วปีเล่า…

แมวขโมยปลา 鱼猫

คุณอาเซ่อซ่าคนหนึ่งเป็นคนใจร้อน ทำงานอะไรก็รีบๆทำ เพียงแค่หนึ่งนาทีเขาสามารถล้างถ้วยได้ถึงสิบใบ จานอีกยี่สิบใบ หม้อสามใบเสร็จเรียบร้อย แต่เขาก็ยังบ่นว่าตัวเองยังคล่องแคล่วไม่พออีก ต่อมาไม่กี่วัน คุณอาผู้เซ่อซ่ากลับจากทำงานที่ต่างจังหวัด พอเดินเข้าประตูบ้านมาปุ๊บ ก็ใจหายวาบ ตะเกียบในห้องครัวติดกันเป็นท่อน แถมยังมีใบไผ่งอกขึ้นมาอีก ถ้วยก็ล้างไม่สะอาด ข้าวที่ติดอยู่บนถ้วยเริ่มงอกออกมาแล้วเหมือนกัน บนจานยังมีเชื้อราสีเขียวๆ คุณอาเซ่อซ่าเคาะหัวตัวเอง “ฉันนี่ช่างซุ่มซ่ามเสียจริงๆเลย” วันนี้ คุณอาเซ่อซ่ากลับมาจากตีเทนนิสก็ตรงรี่ไปอาบน้ำ แต่พอหมุนก๊อกก็พบว่าน้ำไม่ไหล เขาก็ได้แต่เอาผ้าเช็ดตัวลูบๆหน้าหน่อยก็เข้านอนทั้งเหงื่ออย่างนั้น ก๊อกน้ำในห้องครัวก็ยังเปิดอยู่ รุ่งเช้าวันต่อมา คุณอาเซ่อซ่าก็ตื่นขึ้นจะไปทำกับข้าวกินที่ห้องครัว แต่ห้องครัวไปไหนแล้วล่ะ ห้องครัวหายไป แต่ในสวนหลังบ้านมีบ่อน้ำขึ้นมาบ่อหนึ่ง ตรงกลางบ่อยังมีน้ำผุดๆ อยู่เลย เขาคิดในใจว่า “ไม่มีครัวแล้ว แต่ได้สระน้ำมาเพิ่มก็ไม่เลวนี่หว่า” คุณอาเซ่อซ่าชอบกินปลา ก็เลยไปเอาพันธุ์ปลามาปล่อยลงสระน้ำ แต่ก็กลัวมีคนมาขโมยปลา…

แพนด้าน้อยมิ๊มี๊ผู้โดดเดี่ยว 孤独的熊猫咪咪

บนภูเขาสูงแห่งหนึ่ง มีต้นไผ่ขึ้นหนาแน่นเต็มไปหมด ที่นี่เป็นบ้านของคุณแพนด้า ในบ้านมีคุณพ่อแพนด้า คุณแม่แพนด้า แล้วก็น้องแพนด้าน้อยชื่อว่า มิ้มิ้ เพราะว่าครอบครัวแพนด้ามีลูกคนเดียว พ่อแม่จึงรักและห่วงใยน้องมิ้มิ้มาก ดูแลเหมือนกับไข่ในหินเลยทีเดียว ไม่ว่ามิ้มิ้อยากได้อะไร พ่อแม่ก็หามาให้ทุกอย่าง แม้กระทั่งดวงดาวบนท้องฟ้าก็อยากจะเอามาให้น้องมิ้มิ้ ตั้งแต่เช้าจรดเย็น พ่อแม่ก็จะอยู่ข้างกายตลอดเวลาไม่เคยห่าง น้องมิ้มิ้เป็นเหมือนกับเทวดาตัวน้อยๆเลยเชียวล่ะ เช้าวันสดใสวันหนึ่ง คุณแม่หมีดำพาน้องหมีดำมาเยี่ยมครอบครัวแพนด้า คุณแม่แพนด้าก็ต้อนรับแขกที่มาเยือนด้วยความอบอุ่น แถมยังเอากล้วยสีเหลืองทองหวีโตๆ มาให้น้องหมีดำกินอีกด้วย แต่น้องแพนด้ากลับวิ่งไปแย่งกล้วยมาจากมือของแม่แพนด้า “นี่เป็นกล้วยของผมนะฮะแม่ ” น้องมิ้มิ้กอดกล้วยเอาไว้แน่น ปอกเปลือกกล้วยกินทีละลูก ๆ แล้วยังแกล้งทำเสียงจ๊อบแจ๊บๆ ๆ กินอย่างเอร็ดอร่อย พ่อแพนด้าเอาลูกบอลมาให้น้องหมีดำเล่น น้องมิ้มิ้เห็นดังนั้นก็โยนกล้วยทิ้งรีบวิ่งไปแย่งลูกบอลคืนมา “ไม่ให้ ไม่ให้” “น้องมิ้มิ้จ๊ะ…