เม่นผู้กล้าหาญ 勇敢的小刺猬

ในบรรดาเพื่อนเล่นทั้งหลาย เจ้าลิงเกเรเหยียดหยามน้องเม่นเป็นที่สุด ดูซิว่ามันขี้เหร่แค่ไหน ทั้งตัวมีแต่หนาม หัวก็ทั้งเล็กทั้งแหลม วันๆก็หดหัวอยู่ในท้อง ขี้ขลาดตาขาว อยู่มาวันหนึ่ง พวกเด็กๆตกลงจะเล่นซ่อนหากัน น้องเม่นก็อยากจะเข้าร่วมวงด้วย เจ้าลิงโมโห ไล่น้องเม่น “ไป ไป ไป แกจะมาประสมโรงอะไรกับเค้าเนี่ย” เจ้ากวางน้อยและเจ้ากระรอกน้อยต่างพากันช่วยน้องเม่นอ้อนวอนเจ้าลิง “ให้น้องเม่นเล่นด้วยเถอะนะ พี่ลิงนะ” “เชอะ ให้มันมาเล่น มันจะทำอะไรได้ โง่เง่าเต่าตุ่น” เจ้าลิงบ่นพึมพำๆ ช่างไม่ยุติธรรมเลย เจ้ากระต่ายน้อยกระโดดออกมาเรียกร้องความเป็นธรรม “น้องเม่นไม่ได้โง่ซะหน่อย ทุกๆวัน ตอนกลางคืนก็ยังจับหนูได้ตั้งหลายตัว” “ก็แค่จับหนู มีอะไรดีเหรอ” เจ้าลิงโวยวายลั่น “มันวิ่งได้เร็วเหมือนฉันมั้ยล่ะ ปีนต้นไม้ได้เหมือนฉันมั้ยล่ะ” ได้ยินดังนั้น…

น้ำค้างกับยอดหญ้า 露珠与绿叶

ในทุ่งดอกหญ้า มีบ้านกระจกหลังเล็กๆหลังหนึ่ง เจ้าของบ้านคือสาวน้อยน้ำค้างแสนสวย สาวน้อยน้ำค้างกลัวแสงแดดมาก แต่บ้านกระจกของเธอ ไม่สามารถบังแสงแดดได้เลยแม้แต่นิดเดียว สาวน้อยน้ำค้างจึงไปขอร้องต้นใบยา เธอทำเสียงหวานว่า “ท่านพี่ใบยาเจ้าขา ใบของท่านพี่ช่างใหญ่โตนัก ขอให้ท่านพี่ชูใบขึ้น จะได้บังแดดให้เรือนกระจกของหนูหน่อยจะได้ไหมเจ้าคะ” ต้นใบยาหันหลังมามอง มันกำลังเตรียมตัวเล่นตบแปะอยู่กับเด็กกลุ่มหนึ่ง ใบใหญ่ของต้นใบยาเป็นฝ่ามือของต้นใบยา เมื่อเล่นตบแปะ มือของใบยาก็ไม่ว่างเสียแล้ว ต้นใบยาโบกไม้โบกมือแล้วบอกว่า “เอ้อ...ดูนี่สิ ตัวฉันเตี้ยมาก บังแดดให้เธอไม่ได้หรอก เอาอย่างงี้ก็แล้วกัน เธอลองไปหาท่านพี่ต้นหางหมาดูสิ ตัวเขาสูงมาก รับรองได้ผลแน่ๆ” สาวน้อยน้ำค้างก็รีบไปหาท่านพี่ต้นหางหมา ขอร้องว่า “พี่ท่าน ช่วยบังแดดให้เรือนกระจกของหนูหน่อยเถิดนะเจ้าคะ” ต้นหางหมากำลังพลอดรักอยู่กับดอกเบญจมาศแสนสวย ดอกเบญมาศสะบัดกลีบไหวๆไปมา บ่นว่า “เฮ้อ อากาศช่างร้อนอะไรเช่นนี้” ต้นหางหมาก็รีบโค้งตัวลงมา…

มดงานจอมพลัง 蚂蚁大力士

ต๋าหลี่ เป็นมดจอมพลังเลื่องชื่อแห่งเมืองมด มันสามารถลากสิ่งของที่หนักกว่าตัวเองได้มากถึงหกร้อยเท่า แต่มดตัวอื่นไม่ว่าจะออกแรงเท่าไหร่ กัดฟันเบ่งกล้ามสุดแรง ก็สามารถลากของที่หนักกว่าตัวเองได้มากที่สุดแค่ห้าร้อยเท่าเท่านั้นเอง มีอยู่ครั้งหนึ่ง มันแบกแมงปอที่ตายแล้วออกมาจากพงหญ้า เดินไปไกลแปดพันลี้ ไม่ต้องตกใจ เพราะนี่เป็นการวัดระยะทางไกลแบบเมืองมด เมื่อมันลากแมงปอไปถึงที่หน้าประตูเมือง พระราชาแห่งเมืองมดก็ถึงกับตกใจ เอ่ยปากชมมดงานจอมพลังไม่หยุดปาก เจ้าช่างมีพละกำลังเหลือเกิน ยังมีอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นครั้งที่ทำเอาบรรดาประชาชนเมืองมดใจหายใจคว่ำไปตามๆกัน ก็คือ ในเมืองมดมีเสบียงอาหารที่ใหญ่มาก ในโกดังเก็บอาหารไว้เป็นจำนวนมาก อาหารกองสูงท่วมหัว สูงกว่ามดเป็นสิบๆเท่า วันนั้น บรรดามดรวมแรงรวมใจกันลากช็อกโกแล็ตเข้าไปเก็บไว้ในโกดังเสบียงอาหาร ตั้งใจจะเอาไปกองทับๆกันขึ้นไป ไม่รู้ว่ามดตัวไหนไม่ระวัง ชนกองเสบียงพังครืนลงมา ข้าวโพดอบที่ตั้งอยู่บนยอดสุดกลิ้งตกลงมา อันตรายมาก เพราะมันมีน้ำหนักเป็นพันตันเลยล่ะ (แน่นอนว่า เป็นหน่วยวัดของเมืองมด) แต่กลับไม่ได้ตกมาทับมดแข้งขาหักเลยสักตัว ในช่วงพริบตาแห่งอันตรายนี้เอง มดจอมพลังต๋าหลี่วิ่งขวางไว้ข้างหน้า…

ซื้อประทัด 买鞭炮

ฉลองปีใหม่ จุดประทัด บรรดาสัตว์ป่าน่ารักที่อยู่ในป่าก็ฉลองปีใหม่เหมือนกัน พวกมันก็ต้องจุดประทัดเหมือนกัน ใครจะไปซื้อประทัดล่ะ หมีน้อยบอกว่า “ฉันไปซื้อเองก็แล้วกัน” ว่าแล้ว หมีน้อยก็เดินต้วมเตี้ยมเข้าเมืองไป หมีน้อยไม่เคยเห็นประทัดมาก่อน รู้แค่ว่าประทัดมีรูปร่างกลมๆเป็นทรงกระบอก ข้างนอกห่อด้วยกระดาษอีกชั้นหนึ่ง หมีน้อยเดินดูในห้างจนทั่ว ประทัดนี่ช่างหายากจังเลย ต่อมา หมีน้อยเดินเข้าไปในร้านขายอาหาร ก็เห็นพุทราแผ่นห่อเป็นแท่ง ๆ “อ้อ นี่จะต้องเป็นประทัดแน่ๆเลย” หมีน้อยคิดในใจ “รูปทรงกระบอก ข้างนอกมีกระดาษห่อหนึ่งชั้น ไม่ผิดแน่” หมีน้อยซื้อพุทราแผ่นกลับมาด้วยความดีใจ เพื่อนๆพากันมาล้อมรอบหมีน้อย เพื่อจะมาดูประทัด หมีน้อยก็จุดไฟที่กระดาษด้วยความระมัดระวัง แต่ว่า...กระดาษไหม้หมดแล้ว ยังไม่ได้ยินเสียงประทัดเลยสักนิดเดียว น้องลิงเข้าไปดูก็พบว่า ที่แท้ก็เป็นพุทราแผ่นนี่เอง “ไอ้หมีโง่ เห็นพุทราแผ่นเป็นประทัดไปได้” เสียงลิงบ่นงึมงำ…

ท่อนไม้วิเศษ 一根了不起的木棍

ก๊อก ๆ ๆ เสียงท่อนไม้วิเศษเคาะประตูบ้านของช่างไม้ แล้วพูดกับช่างไม้ว่า “ข้าคือท่อนไม้ที่วิเศษที่สุด ฉันจะทำงานอันยิ่งใหญ่ที่วิเศษที่สุดในโลก ขอท่านได้โปรดทำให้ข้าเปลี่ยนเป็นสิ่งของที่มีอานุภาพ และกล้าแกร่งด้วยเถิด” “แล้วเจ้าคิดว่า สิ่งใดที่มีอานุภาพ และกล้าแกร่งล่ะ” ช่างไม้ร้องถามเจ้าไม้วิเศษ เจ้าไม้วิเศษคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ตอบว่า “ทำให้ฉันกลายเป็นปืนก็แล้วกัน” “ได้ ” ว่าแล้ว ช่างไม้ก็เริ่มลงมือ ช่างไม้เลื่อยไม้วิเศษนี้จนมันวาว แล้วสลักไม้ขึ้นรูปให้เป็นไกปืน ด้ามปืน ปล่องปืน แล้วพูดว่า “ตอนนี้ เจ้าได้แปลงร่างเป็นปืนที่มีอานุภาพ และกล้าแกร่งแล้ว” แล้วช่างไม้ก็เอาปืนไปตั้งไว้ที่พื้น เจ้าปืนแสนกลก็กระโดดขาเดียว “ตุเลง ๆ ๆ ” ยืดอกออกจากบ้านช่างไม้ไปอย่างองอาจและเด็ดเดี่ยว ไม่เหลียวหลังกลับมามอง…

จักจั่นท้องป่อง 大肚子蝈蝈

เจ้าจั๊กจั่นท้องป่องคลานอยู่บนดอกแตง ร้องจี๊ด ๆ มันนอนมองท้องตัวเองอย่างภาคภูมิ แล้วก็พูดขึ้นมาว่า “ดูนี่สิ ท้องป่องๆของฉันนี่ ใครจะเทียบได้ ข้างในนี้เป็นสติปัญญาของฉันทั้งหมดเลยเชียวนะ” มดแดงไต่ผ่านมา เจ้าจักจั่นรี่ไปขวางทางเอาไว้ไม่ไห้ไปไหน จะเทียบท้องกับมดแดงให้ได้ แต่มดน้อยก็บอกว่า “ข้าไม่แข่งกับแกหรอก ฉันต้องทำงงานน่ะ” เจ้าจักจั่นท้องป่องก็ไม่ว่าอะไร เพราะมันมองเห็นแล้วว่า ท้องของมดแดงใหญ่สู้ตัวเองไม่ได้ แล้วก็ตะโกนไล่หลังไปอย่างภาคภูมิใจว่า “เชอะ ฉันรู้หรอกน่าว่าแกไม่กล้าเทียบกับฉัน” เจ้าจักจั่นท้องป่องก็คลานไปแทะดอกแตงไปพลาง ดื่มน้ำค้างไปพลาง มันไม่ต้องใช้แรงงานอะไรก็ได้อาหารมาอย่างง่ายดาย ดังนั้นวันทั้งวันมันก็เลยเอาแต่ส่ายท้องอวดไปมา ผึ้งน้อยบินมาเกาะ มันก็รี่เข้าไปหา จะเปรียบท้องกับผึ้ง พอมีแมลงปอบินมาเกาะ มันก็รีบไปหาแมลงปอจะเปรียบท้องว่าใครใหญ่กว่ากัน ทั้งผึ้งและแมลงปอล้วนแต่มีธุระ ก็ไม่ได้สนอกสนใจ บินจากไป เจ้าจักจั่นท้องป่องก็โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง ทำท้องป่องไปป่องมา…

หิ่งห้อยกับดวงดาว 萤火虫和小星星

บนท้องฟ้าข้างๆก้อนเมฆ ดาวดวงหนึ่งกระพริบแสงวับวาว บนพื้นดิน ข้างๆแม่น้ำ หิ่งห้อยกลุ่มหนึ่งส่องแสงสว่างระยิบระยับ “เฮ้ ขึ้นมาบนนี้สิ มาเล่นซ่อนหากันมั้ย” ดาวดวงน้อยบนฟ้าแอบเอาหน้าซ่อนอยู่ในเมฆ แต่อีกตาหนึ่งกระพริบปริบๆ หยอกล้อกับฝูงหิ่งห้อยที่บินอยู่บนพื้นดิน “ได้สิ เธอรออยู่นั่นแหละ” ว่าแล้ว เจ้าหิ่งห้อยก็รีบถือโคมไฟเดินไปเดินมาอยู่ที่พงหญ้า “เธอทำอะไรอยู่น่ะ” ดาวบนฟ้าค่อยๆเผยตัวออกมาจากหลังก้อนเมฆ แล้วทำตาโต ร้องถามหิ่งห้อย “ฉันกำลังหาเข็มกับด้ายอยู่น่ะ” หิ่งห้อยร้องตอบดวงดาว แล้วก้มหน้าก้มตาหาต่อไป “หาเข็มกับด้ายไปทำไมเหรอ” ดาวตะโกนถามลงมาอีก “เย็บชุดนักบิน” “เย็บชุดนักบินไปทำไม” “อ้าว ก็เธอชวนฉันขึ้นไปเล่นกับเธอบนฟ้าไม่ใช่เหรอ” “อ้อ งั้นฉันลงมาช่วยหาดีกว่า” เสียงดังฟี้ว ดาวตกลงมาจากฟ้ามาช่วยหิ่งห้อยหาเข็มกับด้าย น้องหนูนั่งเล่นอยู่ในสวน ได้ยินเสียงหิ่งห้อยกับดาวคุยกัน จึงออกมาดู…

พระจันทร์ตกปล่องเตาผิง 月亮掉进烟囱里

คืนหนึ่งในฤดูหนาว พระจันทร์ก็หนาวจนทนไม่ไหวเหมือนกัน ทันใดนั้นเอง พระจันทร์ก็มองเห็นปล่องไฟเตาผิงอยู่ไม่ไกลนัก “รีบไปผิงไฟที่นั่นดีกว่า” ครู่เดียวพระจันทร์ก็ลงมานั่งอยู่ที่ข้างๆกับปล่องไฟเตาผิง แต่ว่า ตอนนี้ปล่องไฟไม่มีควันพ่นออกมาเสียแล้ว มีแต่ไออุ่นพุ่งออกมาไม่ขาด พระจันทร์กอดเข้านั่งผิงไฟอยู่ข้างๆ หันซ้ายทีขวาที รู้สึกว่าอุ่นกว่าเมื่อตะกี้มากเลย “ฉันเจอที่ที่แสนจะวิเศษเหลือเกิน” พระจันทร์ดีใจ แต่ไม่ทันระวังก็ตกลงไปในปล่องไฟนั่น ทำเอาคุณย่าที่นั่งผิงไฟอยู่ใจหายใจคว่ำ “โอ้..ไม่ใช่ลูกบอลหิมะตกลงมาเหรอเนี่ย อย่าทำให้ไฟฉันดับล่ะ ข้างนอกยิ่งหนาวๆอยู่ด้วย” คุณย่าเติมฟืนเข้าไปในเตาผิง แล้วก็ลากพัดลมมาพัดอย่างแรง “ฟู่ ๆ ๆ ...” ลมพัดไฟที่กำลังจะมอด ลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว มีประกายไฟ สะเก็ดไฟกระเด็นกระจุยกระจายไปตามแรงลม พระจันทร์ยังไม่ทันได้รู้สึกตัวว่าเกิดอะไรขึ้น ก็ถูกลมร้อนพัดสูงขึ้น ๆ จนหลุดออกไปนอกปล่องไฟ พระจันทร์ไม่ได้รับอันตรายอะไร แต่เขม่าควันดำๆนั่นทำเอาพระจันทร์เลอะไปทั่งตัว…