ลิงน้อยเล่นชิงช้า 荡秋千的小猴

บนหุบเขาวานรมีลิงน้อยตัวหนึ่ง มันว่องไวและซุกซนมาก ใครๆต่างพากันรังเกียจเจ้าลิงน้อยตัวนี้กันหมด เพราะว่าเจ้าลิงน้อยชอบหัวเราะเยาะคนอื่น อยู่มาวันหนึ่ง เจ้าเจี๊ยกน้อยกำลังเล่นชิงช้าอยู่ มีลิงตาบอดตัวหนึ่งเดินเข้ามาขอเล่นด้วย เจ้าเจี๊ยกตะโกนเสียงดังว่า “ไปให้พ้น ฉันไม่อยากเล่นกับแกซะหน่อย” เจ้าเจี๊ยกโยกชิงช้าสูงขึ้น ๆ โยกชิงช้าไปก็ร้องเพลงไป “มังกรตาเดียว เที่ยวเล่นโคมไฟ ลา ลา ลา มองขวามองซ้าย มองเห็นทางเดียว” ลิงตาบอดตัวนั้นโกรธมากจนเดินจากไป “อิอิอิ” เจ้าเจี๊ยกหัวเราะด้วยความกระหยิ่มในใจ ขณะนั้นเอง ลิงขาเป๋ตัวหนึ่งก็เดินตรงมาหาเจ้าเจี๊ยก เจ้าเจี๊ยกก็ร้องเพลงว่า “เป๋เอย ขาเป๋ๆ ข้างหนึ่งเขไป ข้างหนึ่งเขมา ลาลันลา” ลิงขาเป๋ตัวนั้นมองเจ้าเจี๊ยกด้วยความโกรธ หันหลังกลับเดินจากไป “ฮ่า ๆๆ…

งานระบำรองเท้า 鞋子舞会

กลางคืน ช่างเงียบสงัดเหลือเกิน ในห้องมีเพียงเสียงกรนเบาๆ รองเท้าดำหน้าเตียงคู่หนึ่งถอนหายใจเฮือกใหญ่ “เฮ่อ…น่าเบื่อจริงๆเลย” “จริงเหรอ” คุณนายส้นสูงร้องถาม “ถ้าคุณเบื่อมาก พวกเรามาเต้นรำกันดีมั้ยคะ ” พูดจบก็ทำท่าอรชรอ้อนแอ้น โค้งเอวคอด เชิญคุณรองเท้าดำออกมาเต้นรำกัน แสงจันทร์สาดส่องแสงนวลเข้ามาทางหน้าต่าง พรมแดงบนพื้นก็ดูราวกับเวทีที่ถูกแสงไฟส่อง คุณนายส้นสูงยืดตัวสง่างามเต้นบัลเล่ต์ รองเท้าฟองน้ำเคาะส้นกุกกักๆ เต้นระบำส้นเท้า คุณรองเท้าส้นเรียบก็เต้นระบำโยกเยก คุณรองเท้าหนังดำก็เต้นดีสโก้ นายรองเท้ากีฬาก็โลดแล่นลีลาเบรกด้านซ์สุดพลิ้ว ผลั่วะ! เสียงเจ้ารองเท้าผ้ามุดออกมาจากซอกใต้เตียง มีรอยฉีกขาดตามตัวน่ากลัวเชียวล่ะ ที่พื้นก็อ้าออก จนเต้นระบำไม่ได้ นั่งหน้าม่อยอยู่ข้างๆ น้องเข็มและด้ายที่อยู่ในกล่องบนโต๊ะเห็นเข้าก็ตะโกนบอกว่า “คุณรองเท้าผ้า ไม่ต้องเสียใจไปหรอก มานี่สิ เดี๋ยวฉันช่วยเย็บให้” พูดจบก็ลากเส้นด้ายยาวเส้นหนึ่งเอาหัวที่แหลมคมมุดเข้าไปในรองเท้าผ้า แล้วก็ชอนไชไปตามพื้นรองเท้า “โอ๊ยๆๆ”…

ร้านแว่นแพนด้า 熊猫眼镜店

แว่นตาขอบดำของคุณแพนด้าช่างเก๋ไก๋เหลือเกิน รู้เอาไว้ด้วยว่า เขาเป็นถึงเจ้าของร้านแว่นเชียวล่ะ กิจการร้านแว่นของคุณแพนด้าดีมาก ไม่ว่าจะต้องการแว่นแบบไหน ก็หาซื้อได้ที่นี่ทั้งนั้น คุณอาช้างมาที่ร้าน “คุณผู้จัดการแพนด้า อาอยากจะตัดแว่นสายตาที่ใหญ่หน่อย” คุณแพนด้าตอบว่า “ทำได้ ทำได้” คุณย่าตุ่นก็มาที่ร้าน “คุณผู้จัดการแพนด้า ย่าอยากจะตัดแว่นสายตาที่เล็กสักหน่อย” คุณแพนด้าตอบว่า “ไม่มีปัญหา” คุณอาช้างสวมแว่นสายตาสั้น คุณย่าตุ่นก็สวมแว่นสายตายาว เขาทั้งสองมองหน้ากัน “อา..เห็นชัดแล้ว” ทั้งสองร้องออกมาเสียงดังว่า “โถ..ที่แท้ก็เพื่อนบ้านกันนี่เอง” คุณอาช้างพูดกับคุณย่าตุ่นว่า “ลูกของผมไปเล่นกับหลานของย่า สักครู่ก็วิ่งกลับมา บอกว่า หนูตุ่นตัวเล็กเกินไป เล่นด้วยกันไม่ได้ ” “ก็นั่นน่ะสิ ” คุณย่าตุ่นบอกว่า “หลานชายฉันก็อยากจะเป็นเพื่อนกับน้องช้างมากเลย แต่เจ้าช้างน้อยของคุณก็ตัวใหญ่เหลือเกิน…

พ่อหมีซื้อรองเท้า 熊爸爸买鞋

ฤดูใบไม้ผลิ ช่างงดงามเหลือเกิน เป็นวันเกิดของลูกหมีน้อย พ่อหมีซื้อรองเท้ากีฬาสีน้ำเงิน รองเท้าแตะสีขาว และก็รองเท้าบู๊ทสีแดงให้ลูกหมี ลูกหมีน้อยแสนดีใจ ตีลังกาม้วนไปม้วนมาอยู่บนสนามหญ้า อยู่มาวันหนึ่งพ่อหมีพาลูกหมีไปที่ยวที่สวนสนุก ลูกหมีน้อยก็เอารองเท้ากีฬาสีน้ำเงินที่พ่อซื้อให้มาใส่ แต่ว่า ใส่ไปใส่มา ยังไงก็ใส่ไม่ได้ ลูกหมีน้อยยืนมองรองเท้าที่วางอยู่บนสนามหญ้า เสียอกเสียใจร้องไห้สะอึกสะอื้น พ่อหมีก็เลยเอารองเท้าคู่เก่ามาให้ใส่ แต่รองเท้าคู่เก่า พื้นสึกหมดแล้ว เดินไปเดินไป เจ้าลูกหมีเกือบจะลื่นหกล้มตั้งหลายครั้งแน่ะ วันนี้ลูกหมีไปเที่ยวไม่สนุกเลยสักนิดเดียว พ่อหมีน่ะเหรอ ก็เอาแต่ถอนหายใจเฮือก ๆ อีกไม่นานก็ถึงหน้าร้อนแล้ว พ่อหมีก็จะพาลูกหมีไปเที่ยวชานเมือง ลูกหมีก็หารองเท้าแตะออกมาใส่ แต่พอเอาเท้าใส่เข้าไป ยังไงก็ใส่ไม่ได้ ลูกหมีโกรธมาก เอารองเท้าโยนทิ้งไปซะไกลเลย พ่อหมีก็ได้แต่บอกว่า “หน้าร้อนนี่นา ไม่ต้องสวมรองเท้าก็ได้ โล่งสบายเสียอีก…

สู้กับหมาป่าด้วยเชาว์ปัญญา 智斗大灰狼

คืนวันหนึ่ง หมาป่าตัวหนึ่งเดินวนเวียนอยู่ในป่า เดินไปเหยียบดอกลำโพงเข้า ดอกลำโพงได้กลิ่นหมาป่า ก็รีบแปลงกายเป็นดอกลำโพงที่ส่งเสียงได้ แล้วตะโกนลั่นว่า “หมาป่ามาแล้ว หมาป่ามาแล้ว” สัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ในป่าทั้งหลาย เจ้ากระต่ายน้อย เจ้าหมีจอมเปิ่น เจ้าหมาน้อยแสนซน เจ้าช้างเป่าแตร เจ้าเม่นขนแหลม เจ้าแกะขาว พอได้ยินว่า หมาป่ามาแล้วก็ดีใจกันใหญ่ หมาป่าแอบเดินลับๆล่อๆ ไปจนถึงหน้าต่างบ้านหลังหนึ่ง แล้วก็ชะโงกหัวมองเข้าไปในบ้าน เห็นเสือตัวเล็กตัวใหญ่กางกรงเล็บ แยกเขี้ยว ส่งเสียงคำราม หมาป่าเห็นดังนั้นก็ถึงกับเหงื่อตกจนอุทานออกมา “ตายละวา นี่เป็นบ้านราชาเสือ เข้าไม่ได้ ” ว่าแล้วเจ้าหมาป่าก็รีบเดินหนีไป “ฮิ ฮิ ฮิ” กระต่ายน้อยกระโดดออกมาจากตู้เสื้อผ้า ยิ้มให้กับเสือตัวเล็กที่อยู่เต็มห้อง ที่แท้…

คุณป้าพระจันทร์มาเป็นเพื่อน 月亮姑姑来做伴

อุทกภัยครั้งใหญ่พัดพาเอาบ้านพี่กระต่ายน้องกระต่ายพังเสียหาย สองพี่น้องกระต่ายก็เลยพากันหนีภัยไปที่อื่น ม่านอันมืดมิดของราตรีกาลปกคุลมไปทั่วแผ่นดิน ทั่วขุนเขา ทั่วผืนป่า กระต่ายพี่น้องนั่งร้องไห้อยู่บนเนินเขา ร้องจนตาทั้งสองข้างแดงก่ำ ทันใดนั้น “อย่าร้องเลย อย่าร้องเลยจ้ะ เด็กดีเขาไม่ร้องไห้กันหรอกนะ” “ใครพูดกับเราอยู่เหรอ ช่างเป็นเสียงที่ไพเราะเหลือเกิน” พี่กระต่ายพูด “เหมือนกับเสียงแม่เลยนะพี่ เสียงนี้มาจากบนสวรรค์โน่นแน่ะ” น้องกระต่ายตอบ พี่กระต่าย น้องกระต่ายมองไปตามเสียงนั้น แหงนขึ้นมองบนฟ้า ก็เห็นแต่เพียงคุณป้าพระจันทร์กำลังส่งยิ้มให้อยู่ “คุณป้าพูดกับเราเหรอครับ” น้องกระต่ายถาม “ใช่แล้วจ้ะ ฟ้ากำลังจะมืดลง ป้ามาส่องแสงนำทางให้หนูนะจ้ะ” คุณป้าพระจันทร์ตอบ “คุณป้าพระจันทร์ครับ เราไม่มีบ้านแล้ว เราจะทำยังไงกันดีครับ” น้องกระต่ายเอ่ยถาม “บ้านเก่าไม่มีแล้ว เราก็ลงมือสร้างบ้านใหม่ได้นี่นา บนเนินนี้เหมาะที่จะอาศัยอยู่พอดีเลย” คุณป้าพระจันทร์พูด…

คุณครูมีปีกสีน้ำเงิน 长着蓝翅膀的老师

โรงเรียนอนุบาลดอกเบญมาศน้อยมีคุณครูที่บินได้เข้ามาทำงาน สร้างความตกอกตกใจให้กับคุณย่าครูใหญ่มาก เดิมทีโรงเรียนอนุบาลก็ยุ่งมากพออยู่แล้ว เจ้าหนูน้อยทั้งหลายก็ซุกซน กลิ้งไปทั่วพื้น วิ่งสาละวนรอบโต๊ะเก้าอี้ มีคุณครูที่บินได้มาเพิ่มอีกคน จะทำยังไงกันดีล่ะเนี่ย แต่เด็กๆ ดีใจกันยกใหญ่ ไม่เอะอะโวยวายเหมือนก่อน เบิกตาโพลงมองคุณครูคนใหม่ด้วยความประหลาดใจ ปีกสีฟ้าพับอยู่ที่ด้านหลังของคุณครู “พวกหนูๆชอบปีกของคุณครูมั้ยเอ่ย” คุณครูพูดไปก็ค่อยๆกางปีกสีฟ้านั้นออก แล้วก็กระพือปีกให้ลมแผ่วเบาๆ ทันใดนั้น ห้องเรียนทั้งห้องก็เต็มไปด้วยแสงระยิบระยับแพรวพราว “ว้าว สวยจังเลย ” เด็กๆ ตะลึงในความสวย อ้าปากค้าง “พวกหนูๆอยากบินมั้ยคะ” คุณครูถามเด็ก ๆ “อยากสิครับคุณครู แต่ว่า พวกเราไม่ปีกนี่นา” “เด็กๆทุกคน มีปีกกันทั้งนั้นนะคะ เพียงแค่เราคิดอยากจะบิน เราก็จะบินได้” คุณครูบอกเด็ก…

คุณครูเข้าโรงพยาบาล 老师住院了

ที่โรงเรียนอนุบาลของสัตว์ป่า คุณครูม้าเข้าโรงพยาบาล เด็กๆต่างร้อนใจมาก จึงตกลงกันว่าจะไปเยี่ยมคุณครูม้าที่โรงพยาบาล หลังเลิกเรียนแล้ว เด็กๆก็พากันเดินไปที่โรงพยาบาล แต่ขาของน้องจิ้งจอกที่ชื่อ กาก้า ได้รับบาดเจ็บ เดินกะเผลก ๆ ทำให้เดินได้ช้ามาก แต่เพื่อนๆคนอื่นๆเดินไปถึงโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว ล้อมอยู่ที่เตียงของคุณครูม้าเพื่อถามอาการ คุณครูม้าดีอกดีใจมาก ลูบหัวน้องแกะเบาๆ แล้วก็จับมือน้องหมาโฮ่ง ๆ ทันใด คุณครูม้าก็ถามขึ้นมาว่า “แล้วน้องจิ้งจอกกาก้าล่ะ ขาหายดีแล้วหรือยัง” “โอ้...กาก้า” เด็กๆเพิ่งจะนึกได้ว่ามีกาก้ามาด้วย เด็กๆบอกว่า “ขาของเขายังไม่หายดีหรอกครับ เดินช้ามาก พวกเราก็เลยพากันเดินมาก่อน” “อ๋อ ...” คุณครูม้ายิ้ม เด็กๆ ปิดปากเงียบไม่พูดอะไร พากันก้มหน้า สักครู่เดียว…